ยิ่งดำเนินชีวิตต่อไป ก็เหมือนว่าความทุกข์ที่สดใหม่ หรือเพิ่งเกิด ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ เพียงเพราะมันอยู่ใกล้ตัวนี่เอง
เดี๋ยวพอมันคล้อยผ่านเราไปอีกครั้ง ความหนักหนาก็จะค่อยจางคลายลงไปเอง เป็นเช่นนี้เสมอใช่ไหม
มองดูไปแล้ว กว่าจะผ่านความทุกข์ไปได้ในแต่ละครั้ง เราก็ต้องทำอะไรหลายอย่าง ตั้งแต่หยุดคิด หยุดใคร่ครวญ ว่าทำไมมันจึงเกิดแบบนั้น-แบบนี้ แล้วทำยังไงจะไม่ต้องเจอแบบนี้อีก
นั่นแหละค่ะ เรียกว่าความทุกข์มักจะสอนอะไรเราทุกครั้ง
ผู้เขียนรู้สึกว่าความทุกข์ได้ "ให้" อะไรมากกว่า ความสุขด้วยซ้ำไป
ความสุขทำให้เราเบิกบาน ใจฟูฟ่อง แล้วมันก็โบกบินจากเราไปในที่สุดไม่ต่างกัน
แล้วเราก็ได้แต่กลับมานั่งรอ...ให้ความสุขมันพัดผ่านกลับมาอีก
ชีวิตหลังเกษียณของผู้เขียนล้มลุกคลุกคลาน ในที่สุดแล้วก็เหมือนจะไม่ได้เข้าไปใกล้เป้าหมายเสียที
บ่อยครั้งก็นั่งปลอบใจตัวเองไปวันๆ ว่าไม่ต้องถึงเป้าหมายก็คงไม่เป็นไรหรอก เป้าหมายเราเป็นคนกำหนดเอง จะเขียนใหม่ให้มันเป็นยังไงก็ได้ตามใจเรา แค่มองเป้าหมายไว้พอเป็นเข็มทิศก็พอ ไม่ต้องวิ่งจ้ำไล่ตามเหมือนเมื่อตอนอายุยังน้อยๆก็ได้
แต่ละช่วงวัยเราก็ได้ทำหน้าที่เต็มที่มาหมดแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงท้ายของชีวิต หน้าที่ของเราคงมีแค่มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความหมาย
เป้าหมายทางการเงินเป็นอะไรที่ทำให้เครียดมากที่สุดค่ะ
สมัยยังทำงานรู้สึกมีความมั่นคงในชีวิตมากๆ ก็แน่ล่ะ ที่เรามีรายได้แน่นอนทุกเดือน มีอนาคต แต่ก็หาเวลาทำในสิ่งที่อยากทำไม่ได้ แถมสุขภาพถูกบั่นทอน
พอมาตอนนี้เป็นเหมือนพวกหาเดือนชนเดือน วันชนวัน เริ่มจะชินแล้วล่ะค่ะ แต่ก็อยากให้มัน stable กว่านี้อีกสักหน่อยคงดี
ค่อนข้างจะมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ มีอิสระเต็มที่ แต่ก็อดจะกลัวอนาคตไม่ได้ค่ะ
ความทุกข์ที่ผ่านๆมาสอนอะไรเอาไว้หลายอย่าง โดยเฉพาะ "อย่าประมาท"
กระนั้นคนเราก็คงจะมีแผนสำรองไว้รองรับไม่ได้ทุกอย่างไปหรอกค่ะ ยิ่งตอนนี้ทรัพยากรน้อยลงไป คิดอยากจะทำอะไรก็ค่อนข้างติดขัด เลยได้แต่แอบกังวลโน่นนี่ไปเรื่อยตามประสา
สุดท้ายก็ลงเอยแค่ว่า ทำให้ดีที่สุด อะไรไหวไม่ไหวก็ช่างมันแล้วค่ะ สุดความสามารถแล้วก็จบ เพราะมันได้แค่นี้จริงๆ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ก็ต้องหาทางอยู่ให้ได้ค่ะ
ชีวิตคุณผู้อ่านเป็นยังไงกันบ้างคะ 555 ถามไปอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากพูดอะไรบ้างไหม เพราะไม่เคยมีใครเขียนความเห็นส่งเสียงกันมาบ้างเลย ผู้เขียนเหมือนจะบ่นอะไรอยู่คนเดียวมาตลอดหลายปี
วันนี้เขียนเหมือนจะออกโทนหม่นๆตามฟ้าฝน ท้องฟ้าแดดไม่ค่อยมี ทำให้รู้สึกเหนื่อยหรือไม่นะเรา
พูดเรื่องทุกข์มายาวเหยียด มีอีกเรื่องที่ทุกข์กำลังสอนอยู่ตอนนี้เหมือนกันค่ะ...
ตั้งใจไว้ว่าปีนี้จะเขียนนิยายพร้อมกันสองเรื่อง ก็ยังไม่ได้เริ่มเลยค่ะ แต่โครงเรื่องก็พัฒนาไปได้ไกลแล้ว อาจจะใกล้เวลาได้เริ่มตอนที่ 1 ซะที
ความอยากเขียนยังมี แต่ก็ติดต้องไปทำมาหากินค่ะ หวังว่าคงจะเข้าใจเพราะงานเขียนใช้ร่างกายและหัวใจล้วนๆ นี่สุดท้ายเราก็ต้องแคร์ว่าทำอะไรแล้วพอจะมีกินบ้าง
เลิกคิดไปแล้ว หรือเลิกตั้งคำถามไปแล้วว่าทำไมบางคนเขาบอกว่าเขียนนิยายแล้วรวยอย่างนั้นอย่างนี้
เพราะว่าคงไม่ได้เกิดกับคนอย่างเรา หรือแนวนิยายที่เราเขียน
เอาเป็นว่าถ้ารักจะทำก็ทำต่อไปค่ะ ก็ทำได้แค่นี้ ดีที่สุดที่ทำได้แล้ว...นี่ก็คงเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ทุกข์สอนไว้เหมือนกัน คือทำเต็มที่แล้วปล่อยวางที่เหลือ
เฮ้อ...(ถอนใจดังไปไหม)
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ เจอกันใหม่ Post หน้าค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น