ไม่ว่าอายุจะไปไกลถึงเลข 5 นำหน้าและอีกไม่กี่ปีก็ต้องผ่านไปเป็นเลข 6 ก็ไม่ทำให้คนอย่างผู้เขียนหมดฝันไปได้
ความฝันคงเป็นของมนุษย์ทุกคน เป็นวาทกรรมสวยๆแทนคำว่า "อยากได้ อยากมี อยากเป็น" หรือภาษาธรรมะ อาจเรียกได้ว่ากิเลส
ไม่อยากพูดไกลไปถึงเรื่องศาสนา แต่ก็อดจะเสริมไม่ได้ว่า ไม่ใช่แค่ "อยากได้ อยากมี อยากเป็น" แต่มันก็มี "ไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น" รวมอยู่ด้วยเป็นของคู่
ผู้เขียนพูดเสมอว่าชีวิตมีการวาดภาพเป็นแสงนำทาง หรือตอนนี้ขอเรียกใหม่ว่า visual arts ทั้งหลายแหล่ ดังนั้นคำว่า Inspired by art ที่เกิดขึ้นมาเป็นชื่อ Blog นั้นถือเป็นแสงแรกที่ต้องการจะทำในสิ่งที่อยากทำค่ะ
คำว่า Inspired by art มาเป็นจุดเริ่มก่อนจะมี Blog ซะอีก คือช่วงแรกของการมีอินเตอร์เนตในประเทศไทยตอนนั้นก็ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Blog และยังไม่มี Google อุบัติในโลก (ยุคแรกมี Netscape+Yahoo)
พวก website ยุคแรกเริ่มไม่รู้มีใครจำได้บ้าง ว่ามี website ชื่อ Geocities.com ซึ่งเปิดให้ใครก็ได้มาสร้าง Website ฟรี ผู้เขียนก็ชอบเล่นสนุกเลยสร้าง web อยู่หลาย web ค่ะ มีทั้งสร้างให้เพื่อนและตัวเอง ก็งมพวกภาษา html อยู่พักใหญ่ สนุกดีค่ะ ชอบของแปลกอยู่แล้ว ก็เลยพอจะมีความรู้เรื่อง Domain name เรื่องภาษา html กับเรื่องต่างๆนานาเกี่ยวกับการจะมี web เป็นของตัวเอง
ชื่อ Inspired by art เคยใช้ตอนหัดขายของออนไลน์ยุคแรกๆ คือสร้างเป็นร้านขายโปสเตอร์ภาพ Fine Art ค่ะ พวกภาพ Fine Art ที่ฝรั่งเขาพิมพ์เป็นโปสเตอร์กระดาษอย่างดี ตอนนั้นชื่อ Allposters.com ซึ่งเคยปิดกิจการไปช่วงหนึ่ง ปัจจุบันเข้าไปลอง search ดูปรากฏว่ากลับมาเปิดกิจการอีกละค่ะ แต่ตอนนั้น (ประมาณ ปี 2540-2550) ผู้เขียนก็ขายโปสเตอร์ได้อยู่หลายภาพเหมือนกันนะคะ คือเมื่อมีคนสั่งซื้อเราก็ส่งคำสั่งให้ทางโน้น แล้วเขาก็ส่งโปสเตอร์มาจากอเมริกา ทางผู้เขียนก็ส่งต่อให้ลูกค้าอีกที ก็ได้เงินมานิดๆหน่อยๆ ไม่ได้เยอะอะไร ทว่ามันก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่
ต่อมาผู้เขียนก็ชื้อ Domain name เป็นเรื่องเป็นราว ไปๆมาๆก็เหมือนว่าจะต่ออายุมาเกิน 10-20 ปีแล้ว แต่เวบก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คือใช้สำหรับเป็นที่ลงของ Blog ซะเป็นงานหลัก
เหมือนว่าคำชุดนี้มีมนตร์ขลัง คอยสะกดให้ผู้เขียนต้องตระหนักเอาไว้เสมอว่า...ที่มาคือจุดนี้ และจุดที่อยากไป...จริงแล้วก็คือตามภาพข้างบน คือยังฝันจะได้วาดรูปบนแคนวาสใหญ่ๆ 555
ได้ทำงานวาดรูปในสตูดิโอที่มีแสงสว่างแบบนี้ รายล้อมไปด้วยอุปกรณ์ศิลปะมากมาย(ที่มีพร้อมตอนนี้แล้วค่ะ5555)
จะว่าไปความอยากมันเริ่มมาอีกทีไร ก็นึกจะกดสั่งผืนผ้าใบขนาดสักหนึ่งเมตรมาละเลงสีสักหน่อยดีไหมนะ อิ อิ
ต้องรีบสกัดความคิดนั้นเอาไว้ก่อนค่ะ เพราะในห้องทำงานปัจจุบันคงไม่มีที่จะพิงผืนผ้าใบใหญ่ขนาดนั้น
หรือว่าจะพิงไว้ก่อนในที่จอดรถก็พอได้อยู่ แต่วางไว้ข้างนอกห้องก็อาจต้องเจอฝุ่นจับเป็นแน่ แถมอากาศประเทศไทยร้อนซะขนาดนี้ จะไปยืนวาดข้างนอกคงต้องเปิดพัดลมเป่าตัวเองตลอดเวลา
ผู้เขียนเคยวาดภาพสีน้ำมันไปร่วมแสดงนิทรรศการอยู่งานหนึ่ง เมื่อประมาณปี 2541-2 ขนาดประมาณ 60 คูณ 80 เซนติเมตร ยังจำความรู้สึกได้ว่า...ทำไมมันใหญ่อย่างนี้(วะ) เมื่อไหร่จะวาดเสร็จล่ะเนี่ย...5555
ช่วงนั้นมีความคลั่งไคล้ Impressionist ค่ะ งานช่วงนั้นก็ออกมาแบบนั้นหมด
ส่วนตอนนี้อยากวาด Abstract เหมือนมันอัดอั้นตันใจอะไรหลายอย่างในชีวิต จะดูซิว่าภาพที่วาดออกมาจะออกมาเป็นแบบไหนกันนะ
ส่วนการเขียนนิยาย...เชื่อว่าชีวิตนี้ก็คงไม่ทิ้งหรอกค่ะ
อันนี้ต้องทำอยู่ต่อไปจนกว่าจะเขียนไม่ไหว อย่าถามว่าทำไม...เพราะไม่ทราบจริงๆ รู้แต่ว่าต้องทำ นักอ่านส่วนใหญ่มาอ่านก็ดีใจแล้วค่ะ แต่อาจจะทำน้อยลงมาหน่อยนะคะ ต้องเอาเวลาไปทำในสิ่งที่พอจะเป็นรายได้ก่อน
ผู้เขียนจะเอาภาพสองภาพด้านบนไปแปะไว้ในสมุด หรือที่ผู้เขียนเคยเล่าเอาไว้ใน Post เก่า post หนึ่งเรื่องการทำ Vision Board ถ้าท่านไหนอาจจะยังไม่ได้อ่าน กด link อ่านด้านล่างได้นะคะ
https://theinspiredbyart.blogspot.com/2026/06/blog-post.html
คือเอาภาพฝันของเราไว้เป็นหมุดหมายในใจค่ะ
ความฝันเป็นของมนุษย์ทุกคน มีไว้ให้ชุ่มชื่นหัวใจ และทำให้ตัวเองมีแรงเดินต่อ
ไม่ว่าจะวัยหนุ่มสาว หรือวัยเกษียณเร็วอย่างผู้เขียน ทุกคนคงมีฝันที่ต่างกันไปเนอะ...เอาใจช่วยทุกคนนะคะ
ว่าแล้วก็ค่อยพบกันใหม่ Post (บทความ) หน้านะคะ...ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ





