เขียนนิยายจบไปอีกหนึ่งเรื่องแล้ว...ไชโย้
อยากจะร้องตะโกนดังๆเลยค่ะ แต่คงได้แค่คิด เพราะขืนทำอย่างนั้นออกมาก็จะอาจรับตัวเองไม่ได้5555 ปกติเป็นคนไม่ยอมแสดงออก ไม่ใช่ไม่กล้า หรือไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เป็นเพราะพอแก่ตัวลง ก็รู้ว่า ดีใจไปก็เดี๋ยวเดียว แล้วมันก็จะผ่านไปอีก
เคยไหมคะ เวลาดีใจมากๆ พอสักพัก กลายเป็นหดหู่ อ้าว... เลยต้องนั่งมองความดีใจ
กว่าจะจบได้ ก็เขียนมาปีเศษ ตั้งใจว่าจะเขียนให้เร็วขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นช้ากว่าเดิมเล็กน้อย เพราะมีเหตุอันเข้ามาขัดจังหวะ ก็ต้องฝ่าด่านอรหันต์ (สำนวนหนังจีนในยุค 80s หมายถึงด่านอุปสรรค์ที่จอมยุทธต้องแก้ปัญหาและฝ่าฟันเข้าไปในสำนักวัดเส้าหลิน)
และแล้วจอมยุทธหญิงคนนี้ก็ฝ่าด่านเข้าไปสำเร็จ ได้นิยายมาเป็นของตัวเองอีก 1 เล่ม (เดี๋ยวค่อยพิมพ์เล่ม)
ใครไปแอบส่องร้าน BooksCottage ก็คงจะพบว่าร้านนี้ยังเงียบ no change 5555 คือนิยายเรื่องปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว ยังตรวจพิสูจน์อักษรไม่เสร็จ คือ เกรงใจคนจ่ายเงินซื้อ และสงสารตัวเองที่ไม่มีทุนขนาดไปจ้างเขาตรวจให้ เพราะได้ข่าวว่าเขาคิดกันหน้าละ 5 บาท คิดดูว่านิยายหนาเกือบ 400 หน้าจะเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ สำหรับคนเกษียณไร้บำนาญ ก็นับว่าเอาเรื่องนะคะ
หรือว่าจะทำรุ่น limited คือขออนุญาตมีคำผิดนิดหน่อยนะคะ เพราะว่าคนเขียนตรวจเอง ดีไหม อิอิ มีน้องๆที่เคยทำงานด้วยกันติดต่อขอซื้อเป็นคนแรกแล้ว
เออ...จะขายได้แค่คนรู้จักหรือเปล่านะ แบบว่าน้องๆอยากสนับสนุนพี่ และอยากได้เป็นที่ระลึก เผื่อคนขายเกิดดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา5555
สำหรับคนเขียนมีผลงานขึ้นมาอีกเล่มก็ดีใจมากแล้วค่ะ พอประกาศปิดเรื่อง เปิดเครื่องหมายว่า "จบ" เท่านั้นแหละ คนเข้ามาอ่านถล่มทลาย ชนิดที่ว่าเขียนให้อ่านฟรีมาตั้งปีนึง ใยจึงไม่มาอ่านกันเน้อ
อาจเป็นเพราะนักอ่านทั้งหลายคงโดนทำให้ผิดหวังบ่อยๆ หลายเรื่องเขียนยังไม่จบ ติดเหรียญไปด้วยระหว่างการเขียน และน่าจะส่วนมากที่เป็นวิธีนี้ พอสุดท้ายเกิดเขียนไม่จบขึ้นมา แปลว่าเงินที่นักอ่านจ่ายไปตอนต้นเรื่อง ก็เป็นอันเก้อ แล้วอย่างที่เคยบอกค่ะ การเขียนให้จบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเปิดเรื่องใหม่เวลาอารมณ์กำลังพุ่งปรี๊ดว่าอยากเขียนนั้นมันง่าย
หลายคนพอเขียนเรื่องหนึ่งไม่จบ ก็หนีไปเปิดเรื่องใหม่ต่อ
ความโชคร้ายกลับไปอยู่ที่คนอ่านแทน ดังนั้นแล้วใครประกาศว่าเรื่องนี้เขียนจบได้ นักอ่านก็เลยแห่กันมาค่ะ
โธ่ มีคนเข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ว...
ผ่านไปไม่ทันไร หลังจากเพิ่งดีใจ ความอยากเขียนเรื่องใหม่มันก็มาในทันที5555
คือเริ่มวางโครงสร้างเอาไว้บ้างแล้วค่ะ แต่ยังไม่ครบ และยังไม่รู้จะเริ่มเขียนเมื่อไหร่ และที่สำคัญคือคราวนี้จะไม่ยอมกดดันชีวิตด้วยการเขียนไปด้วย ลงรายตอนไปด้วยแล้วนะคะ (ทำเสียงจริงจังค่ะ)
คือมันไม่คุ้มกับการเสียสุขภาพ/สังขาร
ที่สำคัญคือ ไม่ได้เป็นนักเขียนปากกาทองที่เขียนแล้วคนอ่านหลักล้านวิว และ pay ให้กันกระหน่ำจนมีกินมีใช้ มีบ้าน มีรถ
ตอนที่ 79 ของพันธนาการรัก ขอสลักเอาไว้แนบใจ (2568) ทำเอาผู้เขียนป่วยไปสองสัปดาห์ ระบบย่อยอาหารรวนค่ะ ถ้าใครติดตามไปอ่านจะเห็นว่า update ห่างกันเป็นเดือน คือช่วงนั้นทานอะไรก็ปวดท้อง เวียนหัว ผู้เขียนก็เลยเข็ด
อีกทั้งตอนเขียนเรื่อง ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว (2567) ก็ทำให้ผู้เขียนปวดหลัง ปวดคอ และไมเกรนขึ้นเป็นระยะ
เดี๋ยวนี้เห็นชุมชนนักเขียนใน tiktok เขาบ่นกันมาก เรื่องมีนักเขียนบางคนให้ Ai ช่วยเขียนให้ สำนวนภาษาประหลาด และเนื้อเรื่องมีความวกวน จนนักอ่านบางคนเริ่มจับได้5555 ว่ามันดีเกินจริง และขาดความเป็นมนุษย์ คือมันดีจนแข็งทื่อ ชวนให้สงสัย
เดี๋ยวนี้ Ai ก็เข้ามามีบทบาทแทบทุกวงการ เราก็ต้องอยู่ร่วมกับเขาแหละค่ะ เขาก็มีข้อดีมากมาย และถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ เราคงต้องหนีไปอยู่ดาวอังคาร (ซึ่งตอนนี้ยังไม่พร้อมให้อยู่) ถ้าจะไม่อยากให้ Ai เข้ามาอยู่ใกล้ๆ
สำหรับ ปี 2569 ผู้เขียนคงจะยังอยากมีนิยายของตัวเองไว้อีกสักเรื่อง เป็นเรื่องที่ 3 ค่ะ
และจะนำมาเล่าสู่กันฟังใน Blog นี้ไปก่อนจะลงตอนจริงใน Platform นิยายออนไลน์นะคะ คือจะได้ไม่ต้องกดดันตัวเองเกินไป จริงๆก็ทำ Facebook Fanpage เอาไว้ แต่ไม่ค่อยจะไป post อะไร (อ้าว) เพราะยังเริ่มต้นไม่ถูก5555 กับไม่ค่อยได้เข้า Facebook อันนี้เรื่องจริง
ความอยากเริ่มตอนที่ 1 ของเรื่องใหม่มันก็มีมากอยู่นะคะ แบบไฟแรง (ต้องแรงไว้ก่อน)
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร และเกี่ยวกับอะไรนั้นจะทะยอยมาหยอดให้ฟังนะคะ
ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณที่มาอ่าน Blog เล็กๆอันนี้ค่ะ
📱 อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite: คลิกที่นี่
📱 อ่านบนมือถือ ใน Dek-D: คลิกที่นี่
📱 อ่านบนมือถือ ใน ธัญวลัย: คลิกที่นี่





