เมษายน 22, 2569

หลบความร้อนไปหาที่เย็น

 


อากาศกรุงเทพช่วงนี้มันช่างร้อนเเหลือเกินสิคะ ผู้เขียนต้องทนนั่งในห้องทำงานซึ่งอากาศอบอ้าวมาก

เพราะห้องนี้เเป็นส่วนต่อเติมจากตัวบ้านหลักอีกที คือเอาพื้นที่เดิมที่เป็นใต้ระเบียงมาทำเป็นห้องนั่นหละค่ะ  ก้อเห็นว่าหลายบ้านก็ต่อเติมประมาณนี้ พอดีมีส่วนพื้นที่ยื่นออกไปด้านหลังอีกหน่อย จะได้กว้างขวางมากขึ้น แล้วส่วนนั้นก็ต้องมุงหลังคาด้วยแผ่นเมทัลชีท  พอดีงบจำกัด และตอนนั้นยังไม่มีเรื่องการ early retire เข้ามาในชีวิต ผู้เขียนก็เลยคิดว่าเอาแค่นี้ไปก่อน ฝ้าก็ยังไม่ต้องมีก็ได้ เพราะว่าห้องนี้เหมือนห้องที่ต้องเดินผ่านออกจากบ้านไปสู่ที่จอดรถของบ้านอีกที  คือประมาณว่าฉันแค่เดินผ่านเพราะต้องไปทำงานทุกวัน ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรกับห้องนี้เท่าไหร่ เสาร์อาทิตย์ก็ยังออกนอกบ้านอยู่ดี  กลายเเป็นว่าห้องนี้ในตอนนั้นก็ใช้วางข้าวของที่ล้นออกมาจากห้องนอน

ทว่า...โชคดีที่ผู้เเขียนยังติดแอร์ระดับ heavy duty เอาไว้ด้วย ช่างที่มาปรับปรุงพื้นที่ถามว่าไม่ทำฝ้าเหรอ เดี๋ยวจะร้อนหน่อยนะ ผู้เขียนก็บอกว่า เอาไว้ทีหลังก่อน ห้องนี้ไม่ค่อยได้ใช้ทำอะไรเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้อยู่ ว่างั้นเถอะ 

ตอนนี้ได้แค่นึก...ไม่น่าเลย

กลายเป็นว่าชีวิต 90 เปอร์เซนต์ของหลังเกษียณผู้เขียนนั่งทำงานในห้องนี้

คือห้องมันกว้างกว่าห้องเดิมที่เป็นห้องนอน พอให้วางโต๊ะวางทีวี วางอะไรได้เยอะอยู่ค่ะ คิดดูว่าผู้เขียนสามารถมีเตาอบขนมเตาใหญ่ได้ มีโต๊ะสำหรับทำเบเกอรี่ได้ นอกจากนี้ยังมีโต๊ะคอมพิวเตอร์ โอ๊ย...แต่ว่ามันไม่พอสำหรับคนสร้างสรรค์อย่างผู้เขียนหรอกค่ะ 5555 อย่าให้บอกเชียวว่าผู้เขียนทำอะไรบ้าง

อากาศร้อนจนทำอะไรแทบไม่ได้ จะเปิดแอร์ช่วงกลางวันก็กลัวค่าไฟแพง สรุปว่าวันๆแทบจะไม่ได้ทำอะไร บางทีต้องหนีกลับเข้าไปห้องนอน เพราะเย็นกว่า

ค่อยมาเปิดแอร์ช่วงเย็นๆค่ะ หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าจะหมดไปอีกวัน เครียด...จะออกไปตากแอร์ตามห้างสรรพสินค้าเหมือนแต่ก่อนก็ไม่อยากไป  ไหนจะเปลืองค่าน้ำมัน ไหนแมวจะต้องกินข้าว สุดท้ายก็นั่งทนร้อน เอาพวกรูปมาตัดแปะสมุดคลายเครียดค่ะ

ทั้งแปะ ทั้งระบายทับ ขนสีไม้ที่ซื้อเอาไว้สมัยยังอู้ฟู่มาใช้  โอ้โห ซื้อมาเยอะมาก ยังเคยแซวกันเเองระหว่างพี่ที่ทำงานคนหนึ่งค่ะ ว่าเราสองคนซื้ออุปกรณ์มาเรียกว่าตายไปก็ใช้ไม่หมด5555

ทุกวันนี้เห็นพี่เขาใน facebook ว่าแข็งแรงดี เห็นออกงานวิ่งมาราธอนอยู่เเรื่อยๆ 

ส่วนตัวผู้เขียนเก็บตัวเงียบเชียบ วันๆต้องคิดแต่เรื่องทำมาหากิน นี่ละ ชีวิตหลัง early retire ของคนที่ต้องเลี้ยงตัวเอง (แล้วยังจะมีแมวอีก)

ภาพตัดแปะ theme วินเทจเป็นของชอบของผู้เขียนเลยค่ะ เผื่อใครชอบเหมือนกันคอยติดตามนะคะ จะทำ collage sheet แจกฟรี  ให้มา download กันไปตัดปะสมุด




เดี๋ยวนี้เเห็นใน tiktok ก็มีคนเเริ่มมาทำพวกนี้กันมากขึ้น แต่บางทีก็เเรียก junk journal บ้าง ส่วนมากก็เอาพวกกระดาษนิตยสารบ้าง กล่องขนมบ้าง จริงๆแล้วก็กระดาษทุกชนืดแหละค่ะ แล้วแต่ใครชอบแบบไหน

พอได้ตัดกระดาษด้วยกรรไกร  จิตใจเราจะค่อยๆสงบ เลิกยุ่งกับเทคโนโลยีชั่วคราว

โลกยุคนี้มันสะดวกสบายเกินไปแล้ว ข้าวของหลายอย่างก็ถูกลงมาก โดยเฉพาะของที่มาจากประเทศจีนค่ะ

ผู้เขียนมาเริ่มทำพวกงาน scrapbook จริงจังก็ประมาณปี 2009 เป็นต้นมา ช่วงนั้นมีแต่ของจากฝั่งอเมริกา  ผู้เขียนก็ยังอุตส่าห์ดั้นด้นซื้อมาจาก ebay ราคาก็ไม่เบานะคะ  แพงอยู่  แต่ขอบอกเลยว่าคุณภาพดีมาก  คือผ่านมาปีนี้ 2026 พวกกระดาษลายสวยๆที่ซื้อเก็บเอาไว้สียังสดใหม่เหมือนเดิม  

พวก tools ต่างๆ ไม่ว่าจะกรรไกร หรือพวก paper punch นี่ก็ทนทานมาก ถ้ามาซื้อตอนนี้คงไม่มีปัญญาซื้อ ก็นับว่าตัวเองคิดถูกที่ซื้อซะเต็มที่เลยค่ะ ประมาณว่ากลัวต่อไปจะไม่ได้ซื้อ หรือซื้อไม่ได้ ยังกับมีลางสังหรณ์

เวลาไปรื้อกล่องดู ตัวผู้เขียนยังตกใจเอง ว่าทำไมมันเยอะอะไรไปหมด555  แต่ก็อุทานกับตัวเองอย่างมีความสุขนะคะ เพราะฉันชอบของพวกนี้

ฉันไม่สนใจพวกกระเป๋าแบรนด์ หรือของหรูหรา แต่ชอบเครื่องเขียน อุปกรณ์ประดิดประดอยนี่ละ


ว่าแล้วก็ขอตัวไปตัดรูปไว้แปะสมุดต่อนะคะ...ไว้เจอกันค่ะ




Link Free Download : JPG

https://drive.google.com/file/d/16s3yu4yZrrcHdB83-NzsN4cdklH-si1d/view?usp=sharing



เมษายน 09, 2569

ฝึกกันต่อไป Digital Painting


 

นี่เป็นผลงานล่าสุดของผู้เขียน ที่วาดและ painting หนุ่มหน้าหวานที่เข้าใจว่าหน้าตาแบบนี้คงจะ in trend ในยุคปัจจุบัน

(แต่ไม่ใช่รสนิยมสวนตัวของผู้เขียนหรอกค่ะ)

เวลาดูซีรีส์จีนแล้วผู้เขียนออกจะตกใจเล็กน้อย(ถึงมากที่สุด)555 ว่าผู้ชายสมัยนี้ทำไมคางแหลม และแต่งหน้าจนเนียนพอๆกับนางเอก แบบแทบไม่เเห็นรูขุมขน

แถมดูไปดูมาโครงหน้าก็ละม้ายกับพระเอกในหนังสือการ์ตูน หรือ webtoon ด้วยซ้ำไป คือหน้าจะแหลมเรียว ตาก็เรียวยาวซะด้วย

แทบไม่ต้องไปดูพวกตระกูลสายนิยายวาย หรือ boy love เพราะสายนั้นผู้ชายหน้าหวานมาก คล้ายๆที่ผู้เขียนวาดออกมาข้างบนนั่นแหละค่ะ

รูปนี้รู้สึกภูมิใจมากกับการเหลาจมูกออกมาได้ดี  คือใส่เงาแล้วดูนุ่มนวล 

นี่หละค่ะ  สงสัยอีกหน่อยต้องวาดปกนิยายเอง เพราะ platform ตั้งท่ากีดกันภาพจาก Ai แล้วนี่ทำไมฉันจะต้องทำเองทุกอย่างด้วย(วะ) มันเหนื่อยนะเนี่ย

ไม่ต้องแปลกใจนะคะ รูปข้างบนยังวาดไม่เสร็จค่ะ  เอามาให้ดูตามนี้ไปก่อน แถมไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่  มีอะไรต้องทำเยอะไปหมด 😅

อีกอย่างคือต้องทิ้งไว้ให้ลืมสักพัก เดี๋ยวกลับมาระบายต่อจะเห็นข้อบกพร่องที่ตอนนี้มักจะไม่เห็นค่ะ

ตอนนี้อารมณ์เห่อ ดูยังไงก็คิดว่าตัวเองวาดและระบายโอเคแล้ว 5555

หัวเราะทั้งน้ำตา เพราะค่าจ้างนักวาดแสนจะแพง แล้วนักเขียนส่วนใหญ่เขาไม่ได้เขียนนิยายแล้วได้เงินเยอะกันทุกคน  ที่เห็นว่าได้เยอะ จนผ่อนบ้าน ผ่อนรถกันได้นั้น คงมีจำนวนไม่เยอะหรอกค่ะ

อย่าให้บอกเชียวว่าที่เขียนมาสองเรื่อง ใช้เวลาเรื่องละ 1 ปี นั้น ได้เงินกี่บาท 

ใครรู้เข้าคงจะบอกว่า "ไปทำอย่างอื่นเถอะ"

เฮ้อ อากาศหน้าร้อนมันก็ต้องร้อน เมษายนจะให้เย็นได้ยังไง อากาศไม่ร้อนเปล่า  เหตุการณ์รอบประเทศก็ระอุ  น้ำมันแพง ข้าวของแพง คนอย่างเราก็ลำบากมากขึ้นไปอีก มีความสามารถอะไรก็หยิบมาใช้จนหมดสิ้น ไม่มีใครช่วยเรา เราก็ต้องพึ่งตัวเองสินะ

บ่นเรื่องอากาศสักหน่อยค่ะ ก่อนจะบ่นต่อว่านิยายวายเขาขายดีกันจริงๆ แต่ผู้เขียนคงจะได้แต่มองค่ะ ในยุคที่เติบโตมาเรื่องเหล่านี้มันช่างไกลตัวมากๆ แล้วจะขยับไปเขียนนิยายตามกระแสจะไหวเหรอ (ถามตัวเอง)

สรุป อีโรติก ก็ไม่เขียน

นิยายวาย ก็ไม่เขียน


ผู้เขียนได้แต่แหงนหน้ามองฟ้าแล้วล่ะค่ะ เบื้องบนโน้นมีเทพเทวาใช่ไหม 

รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรเยอะแยะ แต่ก็ดูจะยังไม่เป็นผลเท่าไหร่ ไหนจะต้องสู้กับโลกภายนอกที่ช่างโหมกระหน่ำลงมาใส่ 


เฮ้อ

ขอถอนหายใจค่ะ... ไว้เจอกัน Post หน้านะคะ