แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว แสดงบทความทั้งหมด

พฤษภาคม 28, 2569

ทางผ่าน...ไม่ใช่ทางแยก

 


หลังจากเขียนนิยายเรื่องล่าสุด เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ จบลงไปแล้ว ผู้เขียนก็พักใจได้เพียงแค่สัปดาห์หรือสองสัปดาห์ เพราะในหัวเริ่มคิดต่อว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป...เขียนเรื่องใหม่ หรือ...พักก่อน

จากที่ก่อนหน้าบ่นกับตัวเองว่าเหนื่อยมากกับการเขียนนิยายให้จบสักเรื่อง เรียกได้ว่าบนตั้งแต่เริ่มเขียนสักพักในช่วงตอนต้น  สำหรับคนเขียนจะรู้สึกมาก  ว่าเรื่องและตัวละครมันลอยๆยังไงชอบกล  อาจจะเหมือนละคร EP. แรกๆที่นักแสดงกับบท หรือด้วยเงื่อนไขอื่น ที่ทำให้ทุกคนยังไม่เข้าขากัน หรือยังไม่เข้าถึงบทบาท

สำหรับนักเขียนที่ต้องหยิบยกแง่มุมต่างๆมาเขียนเพื่อปูพื้นให้เรื่องมันดำเนินต่อไปได้อย่างมีเหตุผล  พบว่านักอ่านบางท่านก็อาจหายไปตั้งแต่สองสามบทแรก5555 เพราะว่าเหมือนเรื่องมันไม่เดิน  อาจจะน่าเบื่อ และไม่มีลุ้นอะไรให้ตื่นเต้น

ผู้เขียนก็ได้แต่นั่งมองยอดวิวอันต่ำเตี้ยเรี่ยดินตาปริบๆ แบบว่าทำอะไรไม่ได้

Let it go and Let it be

นักอ่านจะโผล่กันมาใหม่ตอนเกือบกลางเรื่อง เหมือนกลับมาเช็คว่าเรื่องนี้ไปถึงไหน และยอดจะเริ่มมากขึ้นหน่อยในช่วงใกล้ปิดปมปัญหาสำคัญ

ที่พูดไปทั้งหมดคือยอดอ่านฟรีนะคะ5555  ไม่ค่อยมียอดเงินค่ะ

ดังนี้แล้วในฐานะคนเขียน  ซึ่งเครียดทั้งสังขาร และแรงใจค่ะ คือแนวงานของเรามันไม่ใช่แนวติดตลาด เช่น นิยายจีน หรือนิยายวาย เกิดมียอดจ่ายเพื่ออ่านขึ้นมาบ้าง ก็เหลือเพียงน้อยนิด จนเรียกได้ว่า ถ้าไม่ได้รักการเขียนจริงๆ ก็ควรไปหาอย่างอื่นทำเถอะ

และยังไม่ทันที่จะหายใจได้เต็มปอด โลกภายนอกก็ไม่ได้รอให้เราเหนื่อยเสร็จก่อน เพราะไหนจะเดี๋ยวนี้มีประเด็นใหม่เข้ามา disrupt...

ก็คือมีบางคนใช้เอไอ generated นิยายออกมาโดยไม่ได้เขียนเอง ทำให้มีนิยายใหม่ๆหลั่งไหลออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว

ในทางอัลกอริทึ่มของ platform ก็จะดันงานใหม่ขึ้นให้นักอ่านได้เห็น งานที่เก่ากว่า(ที่มีทั้งมนุษย์เขียนและเอไอเขียน) จะถูกดันออก เพราะกลายเป็นงานเก่าอย่างรวดเร็ว

ใครมันจะไปเขียนทันเอไอได้ล่ะคะ...

ปรากฎการณ์คล้ายๆกันเกิดขึ้นในหลายวงการที่เกี่ยวกับงาน creative เช่น ภาพประกอบ ภาพถ่าย เพลง น่าจะทำเอาผู้สร้างสรรค์งานเจ็บจุกไปตามๆกัน

แล้วควรจะทำอย่างไรต่อไป...?

ก็คิดว่าไม่ต้องไปทำอะไรหรอกค่ะ  ปล่อยให้เป็นไปแบบนี้แหละ 

เมื่อถึงเวลาผลงานจะออกมาพิสูจน์ตัวเอง

เมื่องานที่คุณภาพไม่ตรงตามต้องการมีมากจนล้น  งานที่ดีจะค่อยๆฉายแสงค่ะ  (อันนี้ไม่ได้พูดถึงงานตัวเองนะคะ)

มนุษย์ก็มีหน้าที่แบบมนุษย์ อย่าหยุดพัฒนาตัวเองเท่านั้นพอค่ะ  แม้ว่าเราไม่ได้พัฒนาได้ก้าวกระโดด แต่ความ dynamic แบบมนุษย์จริงๆมันก็มีเสน่ห์ค่ะ คือ มากไปบ้าง น้อยไปบ้าง ที่แน่ๆคือถ้าเราหยุดพัฒนาเมื่อไหร่ เราคงจะยิ่งตามโลกไม่ทันไปกันใหญ่

เอไอก็มีส่วนดีมากมายค่ะ  มองเขาเป็นเครื่องมือ เครื่องทุ่นแรง  เหมือนเดี๋ยวนี้ใครจะไปหาเบอร์โทรศัพท์จากสมุดหน้าเหลืองหรือ yellow pages กันล่ะ เขาก็ search google กันทั้งนั้น  คนไหนอยากหาอะไรที่คำตอบมันกว้างขวางกว่าแค่เบอร์โทร  ก็ถามคุณเอไอ จะเหมือนถามเรื่องเดียวแต่ได้คำตอบกว้างขวางกว่าที่ถามไป

เราห้ามความเจริญก้าวหน้าของโลกไม่ได้  เช่นนั้นก็เหมือนสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเหมือนทางผ่านที่เราต้องพบเจอระหว่างทางค่ะ

มองเป็นทางผ่านซะงั้น...ไม่ต้องคิดแบบเลือกข้างเสมอไป ว่าฉันไม่เอาAi  หรือฉันจะมุ่งไปทาง Ai อย่างเดียว

เรียนรู้เอาไว้ก็ไม่เสียหลายสิคะ...

พูดถึงเอไอแล้วก็นึกถึงตัวเองขึ้นมา เพราะช่วงเตรียมนิยายเรื่องใหม่ของผู้เขียนก็ต้องพึ่งมันเหมือนกันค่ะ

วกมาเรื่องของผู้เขียน  ช่วงเตรียมนิยายเรื่องใหม่ของผู้เขียนก็ต้องหาข้อมูลเยอะมากค่ะ ตั้งใจว่าเป็นนิยายแนวย้อนยุค555 ย้อนไปยุค 80s ที่ไม่มีอินเตอร์เนต ไม่มีโทรศัพท์มือถือ 

อ้าว...นั่นก็เป็นช่วงชีวิตที่ผู้เขียนเพิ่งเรียนจบและเริ่มทำงานใหม่ๆ 555 เรียกได้ว่าย้อนไปโลกสมัยตัวเองยังเป็นวัยทำงานตอนต้นสิคะ  ขนาดว่าใช้ชีวิตร่วมสมัยมาแล้ว  ถึงตอนนี้ยังลืมหลายๆเรื่องไปซะแล้วสิ

ช่วงนั้นมีเพจเจอร์ใช้ก่อนค่ะ  เวลาจะฝากข้อความต้องโทรเข้าพวกโอเปอร์เรเตอร์ แล้วเขาจะยิง text เข้าเครื่อง พอข้อความส่งเข้ามา เพจเจอร์จะสั่นและดังติ๊ดๆๆๆๆ ถ้าข้อความยาวเกินกำหนด จะตัดข้อความเป็น 2 ท่อน ต้องส่งสองครั้ง โดนคิดเงินเพิ่มอีก...😅

ขนาดว่าตัวเองร่วมสมัยด้วยแท้ๆ หลายเรื่องยังจำผิดจำถูก ก็ต้องพึ่งพาคุณเอไอเหมือนกันค่ะ แถมคุณเอไอให้ข้อมูลมาแบบเป็นระบบ แต่ก็ต้องระวังค่ะ...บางเรื่องก็ผิด 5555

ที่เรารู้ว่าผิด ก็เพราะเราอยู่ในยุคนั้นมาจริงๆน่ะสิคะ 

ประสบการณ์ตรงนี้เองที่ย้ำเตือนได้ดีที่สุดว่า...

นิยายเรื่องใหม่ยังอยู่ในระหว่างพัฒนา Plot  และจะเขียนโดยไม่ลง platform นะคะ 

เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้น...ว่ามันกดดันมากและเสียสุขภาพ และไม่ได้อะไรขึ้นมาค่ะ

ไว้เขียนใกล้จบ หรือจบเรื่องโดยสมบูรณ์ จะค่อยนำมาลง ซึ่งโดยเฉลี่ยผู้เขียนก็เขียนเป็นปี ฮ่าาาา  แต่จะแอบเอามาปล่อยใน Blog เป็นช่วงๆค่ะ 

เพื่อให้ทราบว่ายังเขียนอยู่นะคะ ยังไม่ได้หายไปไหน

เดี๋ยวนี้แม้แต่ Plot ก็ยังมี Case ว่ามีการขโมยได้ ไหนจะชื่อเรื่อง ชื่อตัวละคร โอ๊ยยยย อะไรมันจะขนาดนั้นล่ะวงการนี้ เอาเป็นว่าเขียนจบทีเดียวค่อยปล่อยดีกว่าค่ะ



ทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ค่ะ  Ai can make mistake...และ คนใช้ Ai ต้องมีภูมิคุ้มกันว่าสิ่งใดที่เอไอบอกมามันใช่หรือไม่ใช่


ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านนะคะ เจอกัน Post หน้าค่ะ


พฤษภาคม 07, 2569

และแล้ว...นิยายก็จบ

 


เขียนนิยายจบไปอีกหนึ่งเรื่องแล้ว...ไชโย้

อยากจะร้องตะโกนดังๆเลยค่ะ แต่คงได้แค่คิด เพราะขืนทำอย่างนั้นออกมาก็จะอาจรับตัวเองไม่ได้5555  ปกติเป็นคนไม่ยอมแสดงออก ไม่ใช่ไม่กล้า หรือไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เป็นเพราะพอแก่ตัวลง ก็รู้ว่า ดีใจไปก็เดี๋ยวเดียว แล้วมันก็จะผ่านไปอีก

เคยไหมคะ เวลาดีใจมากๆ พอสักพัก กลายเป็นหดหู่ อ้าว... เลยต้องนั่งมองความดีใจ 

กว่าจะจบได้  ก็เขียนมาปีเศษ ตั้งใจว่าจะเขียนให้เร็วขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นช้ากว่าเดิมเล็กน้อย เพราะมีเหตุอันเข้ามาขัดจังหวะ  ก็ต้องฝ่าด่านอรหันต์ (สำนวนหนังจีนในยุค 80s หมายถึงด่านอุปสรรค์ที่จอมยุทธต้องแก้ปัญหาและฝ่าฟันเข้าไปในสำนักวัดเส้าหลิน)

และแล้วจอมยุทธหญิงคนนี้ก็ฝ่าด่านเข้าไปสำเร็จ ได้นิยายมาเป็นของตัวเองอีก 1 เล่ม (เดี๋ยวค่อยพิมพ์เล่ม)

ใครไปแอบส่องร้าน BooksCottage ก็คงจะพบว่าร้านนี้ยังเงียบ no change 5555 คือนิยายเรื่องปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว ยังตรวจพิสูจน์อักษรไม่เสร็จ คือ เกรงใจคนจ่ายเงินซื้อ และสงสารตัวเองที่ไม่มีทุนขนาดไปจ้างเขาตรวจให้ เพราะได้ข่าวว่าเขาคิดกันหน้าละ 5 บาท คิดดูว่านิยายหนาเกือบ 400 หน้าจะเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ สำหรับคนเกษียณไร้บำนาญ ก็นับว่าเอาเรื่องนะคะ 

หรือว่าจะทำรุ่น limited คือขออนุญาตมีคำผิดนิดหน่อยนะคะ เพราะว่าคนเขียนตรวจเอง ดีไหม อิอิ มีน้องๆที่เคยทำงานด้วยกันติดต่อขอซื้อเป็นคนแรกแล้ว 

เออ...จะขายได้แค่คนรู้จักหรือเปล่านะ แบบว่าน้องๆอยากสนับสนุนพี่ และอยากได้เป็นที่ระลึก เผื่อคนขายเกิดดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา5555

สำหรับคนเขียนมีผลงานขึ้นมาอีกเล่มก็ดีใจมากแล้วค่ะ  พอประกาศปิดเรื่อง เปิดเครื่องหมายว่า "จบ" เท่านั้นแหละ คนเข้ามาอ่านถล่มทลาย ชนิดที่ว่าเขียนให้อ่านฟรีมาตั้งปีนึง ใยจึงไม่มาอ่านกันเน้อ

อาจเป็นเพราะนักอ่านทั้งหลายคงโดนทำให้ผิดหวังบ่อยๆ หลายเรื่องเขียนยังไม่จบ  ติดเหรียญไปด้วยระหว่างการเขียน  และน่าจะส่วนมากที่เป็นวิธีนี้  พอสุดท้ายเกิดเขียนไม่จบขึ้นมา แปลว่าเงินที่นักอ่านจ่ายไปตอนต้นเรื่อง ก็เป็นอันเก้อ แล้วอย่างที่เคยบอกค่ะ การเขียนให้จบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเปิดเรื่องใหม่เวลาอารมณ์กำลังพุ่งปรี๊ดว่าอยากเขียนนั้นมันง่าย

หลายคนพอเขียนเรื่องหนึ่งไม่จบ ก็หนีไปเปิดเรื่องใหม่ต่อ 

ความโชคร้ายกลับไปอยู่ที่คนอ่านแทน  ดังนั้นแล้วใครประกาศว่าเรื่องนี้เขียนจบได้  นักอ่านก็เลยแห่กันมาค่ะ

โธ่ มีคนเข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ว...

ผ่านไปไม่ทันไร หลังจากเพิ่งดีใจ ความอยากเขียนเรื่องใหม่มันก็มาในทันที5555

คือเริ่มวางโครงสร้างเอาไว้บ้างแล้วค่ะ แต่ยังไม่ครบ และยังไม่รู้จะเริ่มเขียนเมื่อไหร่ และที่สำคัญคือคราวนี้จะไม่ยอมกดดันชีวิตด้วยการเขียนไปด้วย ลงรายตอนไปด้วยแล้วนะคะ (ทำเสียงจริงจังค่ะ)

คือมันไม่คุ้มกับการเสียสุขภาพ/สังขาร 

ที่สำคัญคือ ไม่ได้เป็นนักเขียนปากกาทองที่เขียนแล้วคนอ่านหลักล้านวิว และ pay ให้กันกระหน่ำจนมีกินมีใช้ มีบ้าน มีรถ


ตอนที่ 79 ของพันธนาการรัก ขอสลักเอาไว้แนบใจ (2568) ทำเอาผู้เขียนป่วยไปสองสัปดาห์ ระบบย่อยอาหารรวนค่ะ ถ้าใครติดตามไปอ่านจะเห็นว่า update ห่างกันเป็นเดือน คือช่วงนั้นทานอะไรก็ปวดท้อง เวียนหัว ผู้เขียนก็เลยเข็ด

อีกทั้งตอนเขียนเรื่อง ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว (2567) ก็ทำให้ผู้เขียนปวดหลัง ปวดคอ และไมเกรนขึ้นเป็นระยะ

เดี๋ยวนี้เห็นชุมชนนักเขียนใน tiktok เขาบ่นกันมาก เรื่องมีนักเขียนบางคนให้ Ai ช่วยเขียนให้ สำนวนภาษาประหลาด และเนื้อเรื่องมีความวกวน จนนักอ่านบางคนเริ่มจับได้5555 ว่ามันดีเกินจริง และขาดความเป็นมนุษย์ คือมันดีจนแข็งทื่อ ชวนให้สงสัย

เดี๋ยวนี้ Ai ก็เข้ามามีบทบาทแทบทุกวงการ เราก็ต้องอยู่ร่วมกับเขาแหละค่ะ เขาก็มีข้อดีมากมาย และถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ เราคงต้องหนีไปอยู่ดาวอังคาร (ซึ่งตอนนี้ยังไม่พร้อมให้อยู่) ถ้าจะไม่อยากให้ Ai เข้ามาอยู่ใกล้ๆ

สำหรับ ปี 2569 ผู้เขียนคงจะยังอยากมีนิยายของตัวเองไว้อีกสักเรื่อง เป็นเรื่องที่ 3 ค่ะ

และจะนำมาเล่าสู่กันฟังใน Blog นี้ไปก่อนจะลงตอนจริงใน Platform นิยายออนไลน์นะคะ คือจะได้ไม่ต้องกดดันตัวเองเกินไป จริงๆก็ทำ Facebook Fanpage เอาไว้ แต่ไม่ค่อยจะไป post อะไร (อ้าว) เพราะยังเริ่มต้นไม่ถูก5555 กับไม่ค่อยได้เข้า Facebook อันนี้เรื่องจริง

ความอยากเริ่มตอนที่ 1 ของเรื่องใหม่มันก็มีมากอยู่นะคะ แบบไฟแรง (ต้องแรงไว้ก่อน)

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร และเกี่ยวกับอะไรนั้นจะทะยอยมาหยอดให้ฟังนะคะ


ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณที่มาอ่าน Blog เล็กๆอันนี้ค่ะ









เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

มิถุนายน 23, 2568

Pre-Order นิยายพิมพ์เล่ม "ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว"


ฝากนิยายฉบับพิมพ์เล่มเรื่องแรกในชีวิตด้วยนะคะ สั่งซื้อได้ที่ ร้าน BooksCottage บน Shopee ค่ะ

เบื้องหลังการทำงานกับนิยายเรื่องนี้ได้มอบอะไรกับผู้เขียนอย่างมากมาย มีทั้งความสุขและความเหนื่อย เมื่อในที่สุด "ได้ทำ" ก็เลย "ทำได้" ไงล่ะคะ

++++++++++++++++++++

หนังสือใหม่

** ราคาปก ไม่รวมค่าจัดส่งตามนโยบาย shopee **

ขอไม่รับส่งแบบจัดเก็บเงินปลายทาง เพราะหากมีการตีคืน ดูแล้วจะซับซ้อนเกินกำลังจะจัดการได้ค่ะ


#รายละเอียดหนังสือ

-ปกอ่อน กระดาษอาร์ต 260 แกรม
-จำนวนคำ 100,000+ คำ จำนวนหน้า  382 หน้า
-ขนาด A5 / เคลือบด้าน 
-ที่คั่นลายหน้าปก
-ทุกเล่มซีลหุ้มพลาสติก
-พิมพ์จำนวนจำกัด เพราะทุนน้อยและทำนายยอดจองไม่ได้เลย5555 งานนี้ต้องวัดใจอย่างเดียว
-ทำเองเกือบทุกอย่าง นักเขียนมีร่างที่สองเป็นกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ :) 








มิถุนายน 05, 2568

ฝันที่จับต้องได้ซะที



มาแล้วค่าาา

นิยายฉบับพิมพ์เล่มมาถึงมือผู้เขียนเรียบร้อย มือไม้สั่นเวลาได้จับผลงานตัวเอง นี่คือฝันที่จับต้องได้ค่ะ ไม่อยากจะพูดว่าฝันที่เป็นจริง เพราะว่าประโยคมันเชยยย

โรงพิมพ์นี้ดีงามมาก ทำงานเสร็จตรงเวลาเป๊ะ ผู้เขียนนึกว่าจะบวกวันหยุดเข้าไปทำให้ส่งหนังสือช้าออกไปอีก

ซีลพลาสติกมาให้เรียบร้อย ทำให้หนังสือนิยายหนาๆดูเลอค่ายิ่งขึ้นไปอีก แต่ว่า...จะมีใครอยากซื้อมั้ย

ผู้เขียนตั้งใจจะสั่งพิมพ์จำนวนน้อยๆค่ะ ตามประสานักเขียนตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้โด่งดัง ยังไม่มีแฟนคลับ ขืนสั่งพิมพ์มาเยอะมีหวังลำบาก  ใครอยากได้เอาไว้อ่านก็ขอให้รอไปอีกสักนิด เพราะว่าเล่มที่ผู้เขียนถ่ายรูปโชว์ให้ดูนี่เป็นเล่มที่จะใช้ในการตรวจคำผิดค่ะ 55555

แปลว่าจะเอามาขีดๆเขียนๆ คำที่โปรแกรมตัดตกคำหรือพยัญชนะลงไปอยู่อีกบรรทัด แล้วต้องกลับไปแก้ไขในโปรแกรมให้ถูกต้องอีกทีนึง 

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าโปรแกรมคงจะเขียนโดยฝรั่ง ไม่ใช่คนไทย อีกอย่างระบบคำในภาษาไทยก็มีเอกลักษณ์เฉพาะ โปรแกรมมันเก่งด้านจัดหน้าให้สวยงาม ดึงช่องว่างเข้าๆออกๆ เพื่อให้ขอบด้านซ้ายและขวาของหน้าหนังสือตรงกันชนิดที่ว่าเอาไม้บรรทัดทาบเลย  

สรุปว่าต้องตรวจคำผิดรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่

นี่เป็นงานหนักอยู่พอตัวทีเดียว ทำไมไม่ไปจ้างเขาพิสูจน์อักษรล่ะ ตอบได้เลยว่าทำหนังสือเองทั้งหมดแบบนี้ย่อมต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ค่าพิสูจน์อักษรนั้นไปสืบมาแล้วค่ะ เขาคิดกันหน้าละ 4-5 บาทเลย ลองคำนวณดูว่านิยายมีประมาณสี่ร้อยกว่าหน้าเกือบห้าร้อย ก็ต้องใช้เงินอีกหลักพันล่ะค่ะ



คิดดังนั้นแล้วก็พับแผนการจ้างพิสูจน์อักษรไปก่อนดีกว่า...5555

อะไรที่ไม่อยากจ่ายก็ต้องทำเอง ก็จะทำอย่างดีที่สุดนะคะ  ใครซื้อไปแล้วเจอคำผิดบ้างก็โปรดให้อภัย เพราะว่าอ่านงานตัวเองเผลอๆเป็นร้อยรอบหรือเปล่าก็ไม่รู้  ...คือไม่ได้นับค่ะ...



คือเห็นนักเขียนท่านอื่นเค้าเปิดให้ pre-order ผู้เขียนยังมิกล้าเลย น่ากลัวว่าจะไม่มีใครมาพรีออร์เดอร์กับเรา เพราะทำตัว introvert เกินไป สื่อโซเชียลก็ไม่ค่อยจะ post  เอาเป็นว่าต้องทำตัวให้คนเห็นมากกว่านี้ 

คาดหมายว่าจัดพิมพ์ครั้งที่ 1 จะเป็นการแจกฟรีค่ะ 5555 คือมีความมั่นใจมากว่างานของผู้เขียนมีความสร้างสรรค์และจรรโลงสังคม เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี เพราะไม่มีฉากหวาดเสียว หรือฉากที่ไม่เหมาะสำหรับเยาวชน อาจพบเห็นนิยายเล่มนี้ได้ตามห้องสมุดประชาชนนะคะ

ประมาณเดือนกรกฎาคม 2568 จะเริ่มวางขายบน Shoppee ค่ะ ฝากไปเยี่ยมชมร้านกันได้นะคะ ไม่ซื้อไม่ว่าค่ะ เพราะอย่างน้อยผู้เขียนก็ได้ยอดวิวร้าน ว่าฉันก็มีคนมาดูร้านหรอกน่าาาา  


เอาเป็นว่าขอตัวไปตรวจคำผิดต่อนะคะ ไหนจะต้องปั่นเรื่องที่ยังไม่จบอีก ขอบคุณที่ติดตามค่า

++





แปะ link ไว้ให้ เผื่อใครอยากอ่านนิยายออนไลน์ที่ยังเขียนไม่จบค่ะ

เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite : https://www.readawrite.com/.../3fee2a0c76adb67b63a9cdaac0... 
อ่านบนมือถือ ใน Dek-D : https://writer.dek-d.com/Pakk.../story/view.php%3Fid=2575342 

-------------------------------------

หรือสนับสนุนนักเขียนได้ตรงนี้เลยค่ะ : สำหรับนิยายที่เขียนจบแล้ว 

ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว E-Book





เมษายน 24, 2568

เหตุที่ต้องมีเพลงประกอบนิยายของตัวเอง

 


จริงๆแล้วถ้าใครได้เคยอ่านนิยายของผู้เขียน "ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว" จะรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องดนตรีอยู่หลายประการเหมือนกันค่ะ

อันแรก พระเอกเป็นนักเปียโนระดับรางวัลเหรียญทอง แต่ด้วยทางบ้านอาชีพทหารมาตั้งแต่รุ่นปู่จนรุ่นพ่อ เขาจึงถูกหล่อหลอมให้เป็นทหารมากกว่าจะเป็นนักดนตรี เรื่องดนตรีกลายเป็นงานอดิเรก และสิ่งที่เขารัก ยิ่งไปกว่านั้น ดนตรีชักพาให้เขาพบรักกับ 'อริญญา' ซึ่งตอนหลังคบกันได้ไม่นานก็มีอันต้องแยกจากกันไป ทิ้งรอยแผลเอาไว้ในใจพระเอก

อันที่สอง  อริญญาที่เป็นแฟนเก่าพระเอก ก็เป็นนักเปียโนสาวพรสวรรค์ เธอมีเป้าหมายแรงกล้าจะเป็นนักเปียโนหญิงเดี่ยวระดับสากล ดังนั้นจึงสอบชิงทุนไปเรียนต่อด้านดนตรีโดยเฉพาะ แล้วก็ขอเลิกรากับพระเอกไงล่ะคะ

อันที่สาม  ในนิยายกล่าวถึงเพลง น้ำเซาะทราย ซึ่งเพลงนี้มีอยู่จริง เป็นเพลงที่ไพเราะมากเลยค่ะ  ทั้งเนื้อร้องและทำนอง รวมทั้งดนตรีประกอบ การกล่าวถึงเนื้อเพลงโดยนำมาเป็นส่วนหนึ่งของนิยายอยู่หลายตอน ทำให้ผู้เขียนเกิดความไม่มั่นใจในภายหลังที่เขียนนิยายจบไปแล้ว  ว่าจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หรือเปล่านะ ถึงแม้จะมีการอ้างอิง ให้เครดิตกับผู้สร้างสรรค์เพลงนี้อย่างชัดเจนใน footnote แล้วก็ตาม

ต่อมานิยายกำลังจะพิมพ์เป็นเล่ม พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง ผู้เขียนยิ่งกังวลมากขึ้น เพราะมันชักจะออกแนวนำไปใช้เชิงพาณิชย์ซะแล้วสิ  ขนาดภาพปกนิยาย ผู้เขียนยังสู้งบด้วยการไปจ้างนักวาดมาวาดปกไม่ไหว  แล้วนี่หากมีปัญหาเกี่ยวกับเนื้อเพลงขึ้นมาคงจะรับความเสียหายไม่ไหวแน่

ก็เลยแต่งเพลงซะเลย...55555

ประจวบกับเป็นช่วงเวลาที่มีปัญญาประดิษฐ์ทึ่มาช่วยแต่งทำนองและใส่ดนตรีพอดีค่ะ

เนื้อร้องนั้นเป็นฝีมือผู้เขียน จะเรียกว่าเป็นลิขสิทธิ์โดยสมบูรณ์ทั้งเพลงของผู้เขียน ก็ไม่น่าจะได้ค่ะ  ต้องแยกระหว่างลิขสิทธิ์ที่ตัวเนื้อร้อง  ลิขสิทธิ์ทำนอง และลิขสิทธิ์การเรียบเรียงเสียงดนตรีด้วยนะคะ

พอมาถึงตรงนี้ก็ถือว่าเนื้อร้องเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน  นำมาอ้างถึงในนิยายของตัวเองก็ไม่ผิดแน่นอนค่ะ

ทำอย่างนี้แล้วก็สบายใจ  นิยายฉบับพิมพ์เล่ม กับฉบับ E-Book ก็ได้แก้ไขเป็นเนื้อเพลง "Soulmate รู้ไหมเราคือคู่กัน" เรียบร้อยแล้ว  

ผู้เขียนแต่งเนื้อร้องเอาไว้ทั้งหมด 3 เพลง สำหรับนิยายเรื่องนี้  ชวนให้ติดตามฟังกันนะคะ ตอนนี้ปล่อยให้ฟังกันแล้วบน Youtube ค่ะ สำหรับเพลงแรก

ใครฟังแล้วชอบ หรืออยากให้กำลังใจกันบ้าง ก็ช่วยกด like ให้คนละนิด หรือช่วย Subscribe ให้ช่องด้วยยิ่งดีใหญ่ค่ะ  ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึง 1,000 Subscribe ซะที ....เฮ้อ





https://youtu.be/MJ-t1XcHok8?si=kU-vrDY-mz5shF16


ขอบคุณที่ติดตามค่าาา



--------------------------------------

สนับสนุนนักเขียนได้ตรงนี้เลยค่ะ : 


ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว E-Book




หรือเลือกอ่านรายตอน บน Apps ค่ะ 



ตุลาคม 02, 2566

ภูเขาที่ต้องข้าม ลูกแล้ว-ลูกเล่า

 




ชีวิตเหมือนการเดินทาง  เหมือนการขึ้นภูเขา และเหมือน...ฯลฯ

มองย้อนกลับไป...

กว่าจะเติบโตมาจนป่านนี้ได้  ก็ต้องผ่านหลายสิ่งหลายอย่าง  มีทั้งสมหวัง เวลาพิชิตเป้าหมายได้สำเร็จ กับเคยต้องผิดหวัง แบบร้องไห้น้ำตาซึม หรือบางทีน้ำตาท่วมจอ

ทั้งหมดทั้งมวลนั้นถูก save เก็บไว้ในหัวสมองของเรา 

เรื่องใหม่ๆของทุกวันถูก upload ขึ้นไปเก็บไว้  บางเรื่องต้องรู้จักเอากลับมาประยุกต์ใช้เพื่อเอาชีวิตรอด จึงต้อง download ลงมาใหม่...

คิดแบบนี้แล้วนึกภาพออกค่ะ  ตราบที่ยังมีลมหายใจ ต้องสู้กันต่อ

ว่าด้วยภูเขาลูกใหม่ของผู้เขียนในตอนนี้...คือการเขียนนิยาย

คราวที่แล้วบ่นให้คุณผู้อ่านฟังไปแล้วว่ามันคือการวิ่งมาราธอนดีๆนี่เอง...จริงๆนะคะ  กว่าจะกลั่นออกมาได้แต่ละตอน  ทำเอาผู้เขียนปวดหัว ไมเกรนขึ้น  ...เพราะบางทีมันนึกไม่ออกค่ะ ว่าจะลงประโยคแรกอย่างไร

คือ...สังเกตว่า...ถ้าประโยคแรกออกมาได้เมื่อไหร่   ประโยคอื่นจะไหลตามมาได้

ซื้อยาแก้ปวดหัวมาเพิ่มล่ะค่ะ....ฮ่าาาา

ไหนจะต้องเดินเรื่อง  ไหนต้องมีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร  เหมือนโดนตัวละครสิงร่างอย่างไรอย่างนั้น

สิงฉันหน่อยเถอะจ้าาาา....จะได้เขียนออกมาได้ตลอดรอดฝั่ง   เหมือนมีนักอ่านขาประจำเค้าซุ่มรออ่านอยู่...

"ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว" เวอร์ชั่นเดิมนั้นหนา 40 หน้ากระดาษ A4.... 17 ตอนจบ ค่ะ

ตอนนี้มารีไรท์กันใหม่ให้เหมาะกับยุคสมัย....ยังไม่พ้นช่วงเปิดเรื่อง  แนะนำตัวละครเลย....เขียนไป 45 หน้ากระดาษ A4 แล้ว..... ไม่น่าเชื่อ!!

คือไม่น่าเชื่อว่าตัวเองกลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้ง

พาตัวละครไปไกลเลยค่ะ  แถมมีตัวละครใหม่ๆมาเสริมเพื่อความแน่นปึ๊กของเนื้อเรื่อง

ที่จริงพอยาวขึ้นก็มีโอกาสสร้างตัวละครได้ดีขึ้นไปด้วยค่ะ   ....อย่าลืมไปอ่านกันนะคะ


คนเขียน...เขียนไป...ร้องกรี๊ดดดๆไปด้วยตลอดเลย  ด้วยความสวีทแหววของพระเอกกับนางเอก  ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มรักกันเลยเนี่ย....เฮ้อ เหนื่อยค่ะ


เหนื่อยคือ  คนเขียนเหนื่อยค่ะ   


เรื่องนี้เขียนจบไปเรียบร้อยแล้วในเวอร์ชั่น พ.ศ. 2529   ยังยืนยันไม่เปลี่ยนโครงเรื่องและไม่เปลี่ยนตอนจบค่ะ 


อ่านฟรี 10 ตอนแรกนะคะ  ที่เหลือขออนุญาตไม่ฟรี  แต่ราคาเบาๆค่ะ  นึกซะว่าช่วยเป็นทุนในการซื้อยาแก้ปวดหัว  55555


ขอบคุณทุกท่านค่ะ





กันยายน 01, 2566

ชวนอ่านนิยายเก่า-เล่าใหม่

 



วันนี้มาชวนอ่านนิยายค่ะ

อย่างที่หัวเรื่องบอกไว้ว่า ชวนอ่านนิยายเก่า-เล่าใหม่ เพราะว่าต้นฉบับดั้งเดิมของเรื่องนี้ที่จริงเขียนไว้นานมากแล้ว. น่าจะเขียนในยุคเฟื่องฟูของตัวเองที่เขียนเอาไว้เยอะสุดๆ

ที่ว่าเยอะเพราะเคยเอาพวกต้นฉบับลายมือออกมากอง แล้วนับเล่นๆ. พบว่าน่าจะมีมากกว่า 20 เรื่อง

แต่ที่เขียนจบจริงๆอาจจะไม่ถึง 10 เรื่อง

เรื่องนี้ก้อเป็นเรื่องหนึ่ง.   ในบรรดาเรื่องที่เขียนจบแล้ว....แถมน่าจะเป็นเรื่องที่ยาวที่สุดก้อว่าได้

คือสมัยนั้นผู้อ่านต้องเข้าใจก่อนนะคะว่า...เมื่อสามสิบปีที่แล้วยังไม่มีแม้กระทั่งเครื่องคอมพิวเตอร์. และผู้เขียนเขียนระหว่างที่กำลังเรียนมัธยม. ไม่สามารถจะมีอุปกรณ์อะไรพิเศษล้ำหน้ามากไปกว่า  ปากกา และสมุด

แปลว่าตอนที่เขียน ก้อเขียนไปเรื่อยโดยนับจำนวนคำไม่ได้ค่ะ

ประสาเด็กก้อคิดว่ายาวแล้ว. เยอะแล้ว. แต่ไม่รู้กี่คำ. 

แถมเรียกได้ว่าเขียนแบบด้นสด. ไม่มีหลักการอะไรทั้งสิ้น  จะเดินเรื่องหรือจบยังไงก้อคิดวันต่อวันไปเรื่อยค่ะ. แบบนี้เขียนแล้วมีความสุขดีประสาเด็ก.  ไม่ได้ฝันเฟื่องไปไกลว่าวันนึงอาจจะได้ตีพิมพ์เป็นเล่มๆมั่ง  มันไกลเกินฝันค่ะ

ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี. ทางเลือกก็มีมากขึ้น. ไม่ต้องตีพิมพ์. แต่เราทำเป็นอีบุ๊คได้นะ. แถมเดี๋ยวนี้เขียนยังไม่จบก้อหาเงินได้จากการติดเหรียญอีกต่างหาก

อะไรๆมันเปลี่ยนไปแบบที่ผู้เขียนคิดไม่ถึง. 

จึงได้เวลาแสดงผลงานอีกด้านหนึ่งซะที  ฮ่าาา. 

ตอนนี้เอาเรื่องมารื้อใหม่หมด.  ที่จริงเรื่องนี้ผ่านการรื้อมาไม่รู้กี่รอบ. ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อตัวละคร. เปลี่ยนชื่อเรื่อง  ปรับสำนวนภาษาใหม่  เป็นต้น

รื้อรอบนี้...รื้อหนักเลยค่ะ

เขียนเพิ่มเป็นบทๆเลย. ต่อเติมเพื่อให้เนื้อเรื่องมันแน่นขึ้น เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น (เท่าที่จะทำได้)

หลังจากตอนนี้พยายามทำตัวให้เขียนอย่างมีหลักการมากขึ้นกว่าเดิม   มีการวางพลอต. ทำโครงเรื่องใหม่. คาดว่าจทำให้นิยายยืดดดดด....ยาวววววว ออกไปได้อีกค่ะ

และแอบคาดหวังว่าอยากจะพิมพ์เป็นเล่มกับเค้าซักเล่มนึงในชีวิต. 😅😂

ยอมควักทุนเองด้วย.  คงขายได้นิดหน่อยหรอกค่ะ. 555. 

ที่เหลือจะทำบุญแจกให้ห้องสมุดประชาชน...แต่ใครอยากร่วมบุญ. ร่วมสนับสนุน. ให้ปูเสื่อ+นอนรอเลย.  เพราะภาระกิจนี้ยาวไกล และโหด ประดุจวิ่งมาราธอน

ตามติด+ติดตาม การ update  ที่ Fanpage Pakkavaleebooks ได้เลยค่ะ

เพราะกว่าจะรวมเล่มได้.  ต้องเขียนให้ได้ประมาณ 150,0000 คำ เป็นอย่างน้อย  เพื่อจะได้พิมพ์เป็นเล่มขนาด 300 หน้า 

ตอนนี้เขียนไปได้ประมาณ 5 บทแล้วค่าาาาา. 

รื้อเขียนใหม่จนตอนนี้เนื้อเรื่องมันวน+ขมวดกันจนผู้เขียนเริ่มจะคิดไม่ออกอีกล่ะค่ะ. ว่าเอาไงต่อดีเนี่ย....




สู้ต่อไปค่ะ

ขอไปวาดรูปก่อนแล้วอาจจะทำให้คิดออก...

ฝากติดตามและมาลุ้นไปด้วยกันนะคะ

ว่าจะเขียนจบมั้ย (แฮ่....ต้องจบค่ะ)

😁