แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Book Review แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Book Review แสดงบทความทั้งหมด

มิถุนายน 05, 2568

ฝันที่จับต้องได้ซะที



มาแล้วค่าาา

นิยายฉบับพิมพ์เล่มมาถึงมือผู้เขียนเรียบร้อย มือไม้สั่นเวลาได้จับผลงานตัวเอง นี่คือฝันที่จับต้องได้ค่ะ ไม่อยากจะพูดว่าฝันที่เป็นจริง เพราะว่าประโยคมันเชยยย

โรงพิมพ์นี้ดีงามมาก ทำงานเสร็จตรงเวลาเป๊ะ ผู้เขียนนึกว่าจะบวกวันหยุดเข้าไปทำให้ส่งหนังสือช้าออกไปอีก

ซีลพลาสติกมาให้เรียบร้อย ทำให้หนังสือนิยายหนาๆดูเลอค่ายิ่งขึ้นไปอีก แต่ว่า...จะมีใครอยากซื้อมั้ย

ผู้เขียนตั้งใจจะสั่งพิมพ์จำนวนน้อยๆค่ะ ตามประสานักเขียนตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้โด่งดัง ยังไม่มีแฟนคลับ ขืนสั่งพิมพ์มาเยอะมีหวังลำบาก  ใครอยากได้เอาไว้อ่านก็ขอให้รอไปอีกสักนิด เพราะว่าเล่มที่ผู้เขียนถ่ายรูปโชว์ให้ดูนี่เป็นเล่มที่จะใช้ในการตรวจคำผิดค่ะ 55555

แปลว่าจะเอามาขีดๆเขียนๆ คำที่โปรแกรมตัดตกคำหรือพยัญชนะลงไปอยู่อีกบรรทัด แล้วต้องกลับไปแก้ไขในโปรแกรมให้ถูกต้องอีกทีนึง 

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าโปรแกรมคงจะเขียนโดยฝรั่ง ไม่ใช่คนไทย อีกอย่างระบบคำในภาษาไทยก็มีเอกลักษณ์เฉพาะ โปรแกรมมันเก่งด้านจัดหน้าให้สวยงาม ดึงช่องว่างเข้าๆออกๆ เพื่อให้ขอบด้านซ้ายและขวาของหน้าหนังสือตรงกันชนิดที่ว่าเอาไม้บรรทัดทาบเลย  

สรุปว่าต้องตรวจคำผิดรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่

นี่เป็นงานหนักอยู่พอตัวทีเดียว ทำไมไม่ไปจ้างเขาพิสูจน์อักษรล่ะ ตอบได้เลยว่าทำหนังสือเองทั้งหมดแบบนี้ย่อมต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ค่าพิสูจน์อักษรนั้นไปสืบมาแล้วค่ะ เขาคิดกันหน้าละ 4-5 บาทเลย ลองคำนวณดูว่านิยายมีประมาณสี่ร้อยกว่าหน้าเกือบห้าร้อย ก็ต้องใช้เงินอีกหลักพันล่ะค่ะ



คิดดังนั้นแล้วก็พับแผนการจ้างพิสูจน์อักษรไปก่อนดีกว่า...5555

อะไรที่ไม่อยากจ่ายก็ต้องทำเอง ก็จะทำอย่างดีที่สุดนะคะ  ใครซื้อไปแล้วเจอคำผิดบ้างก็โปรดให้อภัย เพราะว่าอ่านงานตัวเองเผลอๆเป็นร้อยรอบหรือเปล่าก็ไม่รู้  ...คือไม่ได้นับค่ะ...



คือเห็นนักเขียนท่านอื่นเค้าเปิดให้ pre-order ผู้เขียนยังมิกล้าเลย น่ากลัวว่าจะไม่มีใครมาพรีออร์เดอร์กับเรา เพราะทำตัว introvert เกินไป สื่อโซเชียลก็ไม่ค่อยจะ post  เอาเป็นว่าต้องทำตัวให้คนเห็นมากกว่านี้ 

คาดหมายว่าจัดพิมพ์ครั้งที่ 1 จะเป็นการแจกฟรีค่ะ 5555 คือมีความมั่นใจมากว่างานของผู้เขียนมีความสร้างสรรค์และจรรโลงสังคม เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี เพราะไม่มีฉากหวาดเสียว หรือฉากที่ไม่เหมาะสำหรับเยาวชน อาจพบเห็นนิยายเล่มนี้ได้ตามห้องสมุดประชาชนนะคะ

ประมาณเดือนกรกฎาคม 2568 จะเริ่มวางขายบน Shoppee ค่ะ ฝากไปเยี่ยมชมร้านกันได้นะคะ ไม่ซื้อไม่ว่าค่ะ เพราะอย่างน้อยผู้เขียนก็ได้ยอดวิวร้าน ว่าฉันก็มีคนมาดูร้านหรอกน่าาาา  


เอาเป็นว่าขอตัวไปตรวจคำผิดต่อนะคะ ไหนจะต้องปั่นเรื่องที่ยังไม่จบอีก ขอบคุณที่ติดตามค่า

++





แปะ link ไว้ให้ เผื่อใครอยากอ่านนิยายออนไลน์ที่ยังเขียนไม่จบค่ะ

เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite : https://www.readawrite.com/.../3fee2a0c76adb67b63a9cdaac0... 
อ่านบนมือถือ ใน Dek-D : https://writer.dek-d.com/Pakk.../story/view.php%3Fid=2575342 

-------------------------------------

หรือสนับสนุนนักเขียนได้ตรงนี้เลยค่ะ : สำหรับนิยายที่เขียนจบแล้ว 

ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว E-Book





เมษายน 24, 2568

เหตุที่ต้องมีเพลงประกอบนิยายของตัวเอง

 


จริงๆแล้วถ้าใครได้เคยอ่านนิยายของผู้เขียน "ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว" จะรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องดนตรีอยู่หลายประการเหมือนกันค่ะ

อันแรก พระเอกเป็นนักเปียโนระดับรางวัลเหรียญทอง แต่ด้วยทางบ้านอาชีพทหารมาตั้งแต่รุ่นปู่จนรุ่นพ่อ เขาจึงถูกหล่อหลอมให้เป็นทหารมากกว่าจะเป็นนักดนตรี เรื่องดนตรีกลายเป็นงานอดิเรก และสิ่งที่เขารัก ยิ่งไปกว่านั้น ดนตรีชักพาให้เขาพบรักกับ 'อริญญา' ซึ่งตอนหลังคบกันได้ไม่นานก็มีอันต้องแยกจากกันไป ทิ้งรอยแผลเอาไว้ในใจพระเอก

อันที่สอง  อริญญาที่เป็นแฟนเก่าพระเอก ก็เป็นนักเปียโนสาวพรสวรรค์ เธอมีเป้าหมายแรงกล้าจะเป็นนักเปียโนหญิงเดี่ยวระดับสากล ดังนั้นจึงสอบชิงทุนไปเรียนต่อด้านดนตรีโดยเฉพาะ แล้วก็ขอเลิกรากับพระเอกไงล่ะคะ

อันที่สาม  ในนิยายกล่าวถึงเพลง น้ำเซาะทราย ซึ่งเพลงนี้มีอยู่จริง เป็นเพลงที่ไพเราะมากเลยค่ะ  ทั้งเนื้อร้องและทำนอง รวมทั้งดนตรีประกอบ การกล่าวถึงเนื้อเพลงโดยนำมาเป็นส่วนหนึ่งของนิยายอยู่หลายตอน ทำให้ผู้เขียนเกิดความไม่มั่นใจในภายหลังที่เขียนนิยายจบไปแล้ว  ว่าจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หรือเปล่านะ ถึงแม้จะมีการอ้างอิง ให้เครดิตกับผู้สร้างสรรค์เพลงนี้อย่างชัดเจนใน footnote แล้วก็ตาม

ต่อมานิยายกำลังจะพิมพ์เป็นเล่ม พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง ผู้เขียนยิ่งกังวลมากขึ้น เพราะมันชักจะออกแนวนำไปใช้เชิงพาณิชย์ซะแล้วสิ  ขนาดภาพปกนิยาย ผู้เขียนยังสู้งบด้วยการไปจ้างนักวาดมาวาดปกไม่ไหว  แล้วนี่หากมีปัญหาเกี่ยวกับเนื้อเพลงขึ้นมาคงจะรับความเสียหายไม่ไหวแน่

ก็เลยแต่งเพลงซะเลย...55555

ประจวบกับเป็นช่วงเวลาที่มีปัญญาประดิษฐ์ทึ่มาช่วยแต่งทำนองและใส่ดนตรีพอดีค่ะ

เนื้อร้องนั้นเป็นฝีมือผู้เขียน จะเรียกว่าเป็นลิขสิทธิ์โดยสมบูรณ์ทั้งเพลงของผู้เขียน ก็ไม่น่าจะได้ค่ะ  ต้องแยกระหว่างลิขสิทธิ์ที่ตัวเนื้อร้อง  ลิขสิทธิ์ทำนอง และลิขสิทธิ์การเรียบเรียงเสียงดนตรีด้วยนะคะ

พอมาถึงตรงนี้ก็ถือว่าเนื้อร้องเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน  นำมาอ้างถึงในนิยายของตัวเองก็ไม่ผิดแน่นอนค่ะ

ทำอย่างนี้แล้วก็สบายใจ  นิยายฉบับพิมพ์เล่ม กับฉบับ E-Book ก็ได้แก้ไขเป็นเนื้อเพลง "Soulmate รู้ไหมเราคือคู่กัน" เรียบร้อยแล้ว  

ผู้เขียนแต่งเนื้อร้องเอาไว้ทั้งหมด 3 เพลง สำหรับนิยายเรื่องนี้  ชวนให้ติดตามฟังกันนะคะ ตอนนี้ปล่อยให้ฟังกันแล้วบน Youtube ค่ะ สำหรับเพลงแรก

ใครฟังแล้วชอบ หรืออยากให้กำลังใจกันบ้าง ก็ช่วยกด like ให้คนละนิด หรือช่วย Subscribe ให้ช่องด้วยยิ่งดีใหญ่ค่ะ  ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึง 1,000 Subscribe ซะที ....เฮ้อ





https://youtu.be/MJ-t1XcHok8?si=kU-vrDY-mz5shF16


ขอบคุณที่ติดตามค่าาา



--------------------------------------

สนับสนุนนักเขียนได้ตรงนี้เลยค่ะ : 


ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว E-Book




หรือเลือกอ่านรายตอน บน Apps ค่ะ 



กุมภาพันธ์ 19, 2568

นางร้ายในนิยาย

 



ช่วงนี้อากาศกลับมาร้อนซะแล้วค่ะ เป็นช่วงเวลาที่แสนจะทรมานจริงๆ สำหรับคนที่ต้องคิดเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่าย รวมไปจนถึงค่าไฟ

มีเครื่องปรับอากาศแต่ก็ต้องเก็บเอาไว้เปิดตอนช่วงเย็นๆค่ะ เผื่อว่าจะประหยัดค่าไฟได้บ้าง อันนี้ก็ไม่รู้จะจริงไหม แต่น่าจะมีส่วนจริงอยู่หรอกค่ะ

พออากาศไม่เป็นใจ สมองก็ไม่ค่อยแล่น ใช้คำว่าต้องพยายามเข็นนิยายให้ออกได้สัปดาห์ละหนึ่งตอน 5555 ดูจากยอดวิวแล้วก็ฟื้นขึ้นมาหน่อยนึงค่ะ หลังจากกลับมา update ต่อ

ถึงแม้เขียนไปคนอ่านน้อยก็ต้องทำใจ ยังไงก็อยากเขียนอยู่ดี อ้าว...

กะว่าเรื่อง "เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ" จะให้เรื่องราวมันเผ็ดร้อนขึ้นมาอีกสักหน่อย เลยต้องมีนางร้ายสักหนึ่งคน เผื่อจะถูกใจบรรดานักอ่านบ้างนะคะ  เดี๋ยวจะว่าเรื่องเนิบนาบ  ไม่มีอะไรตื่นเต้น

"แสงสกาว" คือนางร้ายนี่แหละค่ะ  แต่ก็กะว่าร้ายพอประมาณ ร้ายแบบเด็กๆก็พอค่ะ  เดี๋ยวโครงเรื่องจะไปกันใหญ่ คือยาวเยอะไปกว่านี้ ที่เขียนมานี่ก็ผิดแผนเยอะอยู่  จะให้สั้นก็ดันกลับมายาวอีกแล้ว


        “ว่าไง ธุระที่สั่งให้ไปจัดการเรียบร้อยดีไหม”  
        เสียงใสแต่เต็มไปด้วยความเฉียบขาดถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากบางสวย  หญิงสาวหมุนตัวไปมาหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน อวดเรือนร่างงามให้คนที่นั่งยอบตัวอยู่ด้านล่างได้ชื่นชม
        “คุณหนูหุ่นดีจังเลยค่ะ  มีแต่ผู้ชายตาถั่วเท่านั้นแหละค่ะที่ไม่สนใจ”
        “ใช่ ผู้ชายทั้งโลกนี้จะตาถั่วกันหมดฉันก็ไม่สนหรอก  สนแค่พี่ณะคนเดียวเท่านั้น อย่ามัวแต่มาอวยฉันอยู่เลย ถามว่าเรียบร้อยหรือยัง  ถ้าหนนี้ยังไม่ตอบมาดีๆละก้อ...ได้เห็นดีกัน”
        เหมือนว่าวันนี้แสงสกาวอารมณ์ดีใช้ได้  หล่อนยังอดทนได้อยู่กับการรอคอยคำตอบจากบ่าวผู้ใกล้ชิด 
        “มีหรือจะไม่เรียบร้อยคะ  คุณแสงสั่งอะไรต้องได้สิคะ  จ่ายเงินล่วงหน้าให้มันไปแล้วค่ะ มันว่างานนี้ไม่ได้ยากอะไร คนมันร้อนเงินอยู่ค่ะคุณแสง”
        “เงินสดนะ  ย้ำแล้วว่าทำทุกอย่างเป็นเงินสด เดี๋ยวจะโดนแกะรอยย้อนหลังมาถึงได้”
        “ค่ะ  เงินสดตามที่คุณแสงกำชับ”
        “งั้นก็ดี  ฉันจะได้ไปสนใจเรื่องจะเลือกใส่ชุดไหนไปงานการกุศลของพี่ณะ  ต้องสวยกว่านังเมียเลขานั่นให้ได้  แล้วทุกคนจะได้เห็นว่าใครคู่ควรกับพี่ณะ”
        “ก็ต้องคุณแสงสิคะ  แหม...เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ จะยอมให้พลาดไปได้ยังไง”  บ่าวใกล้ชิดไม่วายช่วยสอพลอ เมื่อเห็นว่าเจ้านายสาวไม่ยอมปล่อยวางจากณทัต  ทั้งที่เขาก็เข้าพิธีแต่งงานกับคนอื่นไปตั้งหลายเดือนแล้ว แสงสกาวยังคงวนเวียนอยู่กับแผนการที่จะแย่งเขากลับมาให้จงได้


สำหรับ "ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว" ที่จริงก็มีนางร้ายประจำเรื่องอยู่เหมือนกันค่ะ  ไม่ได้ร้ายอะไรมากกมาย เพราะต้องคุมโทนเรื่องให้เป็น feelgood 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะชำนาญกับการเขียนนิยายได้ซะทีค่ะ  คือการคิดรายละเอียดในแต่ละตอนนี่มันยาก ถึงยากมาก เพราะว่าไม่ใช่แค่มองมุมแคบว่าในตอนนั้นๆจะให้เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างไร แต่ต้องคิดถึงภาพรวมด้วยว่าใส่รายละเอียดแบบนี้ลงไปแล้วจะมีผลต่อตอนอื่นๆหรือไม่ เช่น ขัดแย้งกับภูมิหลังตัวละครที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นๆ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นการรื้อแก้ใหม่จะทำได้ยากมาก เพราะมันจะผูกพันโยงกันให้วุ่นเหมือนปมเชือกเลยค่ะ

พอตั้งใจคิดแบบละเอียดๆมันเลยปวดหัวและเหนื่อยมาก ฮ่าาาา เลยเขียนได้ช้าาาาค่ะ

หวังว่าคนรออ่านจะเข้าใจนะคะ  เอ...แล้วนักเขียนคนอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย

ยิ่งเรื่องหน้ากะว่าจะให้ท้าทายตัวเองกว่าเดิมด้วยการเป็นนิยายรักแฟนตาซี  โอ้โห...ปวดหัวหนักกว่านี้แน่นอน

เอาเป็นว่ารอติดตามกันต่อไปนะคะ



เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite : https://www.readawrite.com/.../3fee2a0c76adb67b63a9cdaac0... 
อ่านบนมือถือ ใน Dek-D : https://writer.dek-d.com/Pakk.../story/view.php%3Fid=2575342 





กุมภาพันธ์ 05, 2568

กลับมาเขียนต่อค่ะ นิยายของผู้เขียน

 



ในที่สุดก็ไปไหนไม่รอด  กลับมาเขียนนิยายต่อค่ะ หลังจากหยุดไปเดือนกว่าๆกระมัง...

ก็ไม่ใช่เหตุผลอะไรที่ซับซ้อน คือรู้สึกว่าทำอะไรไม่เสร็จไม่ได้ 555 เริ่มแล้วต้องสู้ต่อให้สุดทาง แล้วก็มีความคันไม้คันมืออยากเขียน ก็คนมันชอบเขียน

ตอนนี้นักอ่านที่เคยตามอ่านหายไปหมดเลยค่ะ 555

หัวเราะอย่างเศร้าๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เป็นสิ่งที่เข้าใจดีค่ะ

เอารูปนางเอกยืนหน้าคฤหาสถ์ฟ้าเทียมดินมาแปะไว้ดู  จะได้มีอารมณ์ต่อเนื่อง ว่าเขียนถึงไหนแล้ว ไม่ต้องห่วงค่ะ  รอบนี้ทำโครงสร้างหรือทำ plot เอาไว้อย่างดี ไม่มีหลุด

ว่าแล้วจะแทรกเรื่องรักๆของรุ่นพ่อพระเอกก็แทรกไม่ถนัดค่ะ  เพราะไม่รู้จะแทรกตรงไหนดี  เรื่องก็ต้องเดินต่อ กะว่าเรื่องนี้จะเดินเรื่องให้เร็วกว่าเดิม  เรื่องก่อนหน้านี้เหมือนจะบรรยายเยอะ (แต่ชอบแบบนั้นนะ) 

เรื่องนี้พยายามเดินเรื่องกระชับขึ้น กลับทำให้ผู้เขียนค่อนข้างอึดอัดมาก 5555

เดี๋ยวก็รู้ ต้องตามอ่านกันต่อไปนะคะ  ตอนนี้น่าจะมาถึงหนึ่งในสามของเรื่อง มีเวลาให้เวิ่นเว้ออีกนานนนน+




               ภัสรวินทร์รวบช้อนส้อมเข้าด้วยกันเป็นสัญญาณว่ามื้อเย็นนี้สิ้นสุดลง อนงค์ยืนมองอยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ เพียงมองมาเฉยๆ แต่บ่าวผู้น้อยอีกคนอดจะะมีคำพูดที่แสดงความเห็นเล็กๆน้อยๆบ้างไม่ได้
               “กับข้าวไม่ถูกปากหรือเปล่าคะ ทานน้อยจังวันนี้”
               “อืมห์ ก็เปล่านะ วันนี้เอางานกลับมาทำต่อน่ะ ก็เลยอยากจะรีบขึ้นข้างบน”
               “คุณภัสนี่ขยันจังค่ะ หนูเห็นเอางานกลับมาบ้านตลอดเลย ถ้าเป็นหนูน่ะ ถึงบ้านคงไม่เอาด้วยแล้ว”
               “ขยันอะไรกัน อาจจะสนุกมากกว่า” นายผู้หญิงของบ้านยิ้มกับสาวใช้ด้วยความเป็นกันเอง “แล้วคุณวาคินกับคุณปู่...”
               “ทั้งสองท่านรับเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง” เสียงแม่บ้านใหญ่แทรกขึ้นมากลางอากาศ แม้                 น้ำเสียงจะออกแข็งๆอยู่บ้างแต่นั่นก็เป็นนิสัยที่ออกจะเจ้ายศเจ้าอย่างของอนงค์ รับรู้ได้ว่าเป็นคนรักษาวินัยในการทำหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี  ถึงได้รีบออกรับเมื่อถูกอ้างอิงถึง
               มาถึงป่านนี้แล้วภัสรวินทร์ก็ยังไม่กล้าเรียกวาคินว่า “คุณพ่อ”...
              ยังไม่ทันขาดคำ วาคินก็เดินออกมาพอดี  เขามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย หยุดมองดูวงสนทนาของคนในบ้านก่อนจะทัก  “ว่าไง...ไอ้ณะล่ะ ไปไหน หล่อนกินข้าวคนเดียวตามเคยสินะ”
             “คุณณะมีทานเลี้ยงกับคู่ค่าใหม่ค่ะคุณ...คุณวาคิน”
             “อ้อ...งั้นเหรอ” วาคินทำท่ารับรู้ “เธอคงชินกับการกินข้าวคนเดียวแล้วล่ะสิ บ้านนี้ก็เป็นแบบนี้ละ อยู่ด้วยกันเหมือนไม่ได้อยู่ ต่างคนต่างมีวิถีชีวิตของตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ อิสระดีไหม หรือว่าหล่อนไม่เคยอยู่แบบนี้มาก่อน”
             หล่อนชักไม่แน่ใจว่านี่คือการชวนให้สนทนาด้วย หรือการพยายามระบายความในใจบางอย่างของวาคิน
            “ที่บ้านภัสก็ไม่ได้ทานข้าวร่วมโต๊ะพร้อมกันค่ะ คือภัสต้องทำงาน กับวี เอ่อ...น้องสาวก็ต้องไปเรียน”
            “จริงสิ...วันไหนสักวันควรต้องชวนแม่กับน้องเธอมาทานข้าวที่บ้านนี้กันบ้าง  เจอหน้ากันแวบเดียวตั้งแต่วันแต่ง จนฉันเกือบจะลืมไปแล้วว่าเธอมีน้องสาวอยู่อีกคน”



แปะบางส่วนมาให้อ่านกันเล่นๆค่ะ เผื่อบางคนจะอยากอ่านต่อ ไปตามอ่านได้นะคะ





เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite : https://www.readawrite.com/.../3fee2a0c76adb67b63a9cdaac0... 
อ่านบนมือถือ ใน Dek-D : https://writer.dek-d.com/Pakk.../story/view.php%3Fid=2575342 
อ่านบนมือถือ ใน ธัญวลัย :   https://www.tunwalai.com/story/812196#

พฤศจิกายน 06, 2567

ฉันเป็นนักขายฝัน

 


เวลาใครๆถามว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ ผู้เขียนก็ไม่ค่อยอยากจะตอบเท่าไหร่หรอกค่ะว่าเขียนนิยายอยู่

เพราะสำหรับคนในวัยเดียวกับผู้เขียนนั้น อาชีพนี้เป็นเรื่องที่ใครก็รู้กันว่าเข้าข่ายไม่ค่อยทำเงินเท่าไหร่

แม้ว่าในยุคนี้จะมีนักเขียนรุ่นใหม่ๆจำนวนมากที่นิยายได้ทำเป็นละคร เป็นภาพยนตร์ ฉายใน streaming app หลายเรื่องไปหมด  คาดว่าจะร่ำรวยกันทั่วหน้า แต่ตัวเลขรายได้ผู้เขียนเองก็ไม่ทราบแน่ชัดหรอกค่ะ ว่าเขาได้กันอย่างไร หรือเท่าไหร่

เรื่องเงินๆทองๆนี่ในสังคมไทยก็ค่อนข้างถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ค่อยจะกล้าถามหรือบอกกันตรงๆหรอกค่ะ

เอาเป็นว่าผู้เขียนเองคนหนึ่งก็แอบมีฝันว่าอยากให้นิยายของตัวเองได้ไปทำเป็นละครอยู่เหมือนกัน

ทีนี้ก็ขอทำภาพประกอบนิยายตัวเองในรูปแบบเสมือนประหนึ่งว่าเกิดเป็นละคร หรือ series ขึ้นมาจริงๆล่ะค่ะ ฮ่าาาาาา

ทำเสร็จแล้วก็อมยิ้ม มีความสุข อิอิ ความสุขเล็กๆน้อยๆนะคะ

นักเขียนนิยายก็คงจะเป็นอาชีพขายฝันดีๆนี่เองแหละค่ะ  ที่ยังทนเขียนอยู่ได้โดยที่ดูๆแล้วต้องต่อสู้กับตัวเองและต้องเรียนรู้ไปอีกเรื่อยๆ นั้นก็เป็นเพราะคงใจรัก

ใจรักที่คล้ายๆกับการสร้างงานศิลป์ หรือวาดรูป คือสร้างขึ้นมาจากจินตนาการ จากประสบการณ์ เอามารวมๆกันเป็นเรื่องราว พอจบหนึ่งเรื่องก็ยังอยากจะลองเรื่องแบบอื่นๆต่อไปอีกค่ะ

เรื่องว่าจะได้อะไร หรือผลตอบรับอะไร  ที่จริงมันก็อยากจะได้ แต่ว่าพอไม่ได้ก็อาจจะมีท้อบ้าง มีหยุดพักไปสักหน่อย สุดท้ายความอยากจะสร้างผลงานก็กลับมารบกวนจิตใจอีกแล้ว  ฮ่าาาาา

พอได้ไปสร้างโปสเตอร์นิยายของตัวเองขึ้นมา ดูแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจค่ะ  ภาพในหัวมันชัดขึ้นอย่างประหลาดเลย ว่าเหตุการณ์หรือตัวละครจะดำเนินบทบาทต่อไปอย่างไร

มันเหมือนจินตนาการของเรามันชัดขึ้นมา จากมวลอากาศเป็นภาพเสมือนเรื่องจริง มีคนจริงๆ ตามที่เราเขียนได้ด้วย  หน้าตาหรือคาแรกเตอร์ก็ประมาณนี้แหละค่ะ  คล้ายๆ ใกล้เคียง ก็ยังดี

ตอนนี้ก็เข้าสู่ตอนที่ยี่สิบกว่าแล้วค่ะ...ยังอีกยาวไกล กว่าจะจบ คาดว่าประมาณ 70 กว่าตอน  ซึ่งก็งงกับตัวเอง เพราะว่าตั้งใจว่าจะเขียนให้สั้นลง  เขียนไปเขียนมาก็ยาวเท่าเดิม

ก็ขอฝากผลงานเรื่องที่สองเอาไว้ให้นักอ่านได้อ่านกันนะคะ 


ขอบคุณค่าาาา


เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite : https://www.readawrite.com/.../3fee2a0c76adb67b63a9cdaac0... 
อ่านบนมือถือ ใน Dek-D : https://writer.dek-d.com/Pakk.../story/view.php%3Fid=2575342 








ตุลาคม 10, 2567

การเขียนนิยายจบ คือการชนะตัวเอง

 


และแล้วก็มาถึงจุดนี้อีกแล้วค่ะ ...จุดท้อใจ

เมื่อวานนัดเจอกลุ่มเพื่อนๆได้ปาร์ตี้แบบเบาๆ ประสาคนวัยเลขห้า up ที่ประกาศตัวเป็นอิสระจากการทำงานลูกจ้างแล้ว 2 คน คนหนึ่งก็ผู้เขียนที่เข้าโครงการ early retire แบบฉุกละหุก กับเพื่อนอีกคนที่เพิ่งจะ early ออกมาได้ห้าเดือนกว่าๆแล้ว อันนี้นางสมัครใจ early และมีการวางแผนชีวิตเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะ retire ก่อน 60

คนเพิ่งเกษียณออกมาใหม่ๆดูมีความสุข  เหมือนกับผู้เขียนตอนโนันนน เลยค่ะ  

แต่เมื่อเวลาผ่านไปมากขึ้น นานขึ้น พอได้พบกับชีวิตจริงที่มีอะไรมากมายผ่านเข้ามา และทำให้เรายังหารายได้เข้ามาได้น้อยกว่าคาด จะเริ่มทุกข์5555

อะไรๆมันดูยากไปหมด และไม่คุ้มเหนื่อย มีแต่การลงทุน ลงแรงกาย แรงใจมหาศาล

ถ้ามองเรื่องความคุ้มตอนนี้ยังไม่คุ้ม  ว่ากันว่าต้องใช้เวลาหลายปี ไม่ใช่ปีสองปี  พอนี่ผ่านมาได้เกินห้าปีแล้วยังมีแสงสว่างเรืองๆรำไรๆ ก็คิดว่าคำนั้นไม่เกินจริงเลยค่ะ 

ยิ่งแตกแขนงสินค้าเพิ่ม ก็ต้องลงทุนเพื่ม เช่น หาความรู้เพิ่ม อุปกรณ์เพิ่ม และต้องให้เวลาในการฝึกฝนเพิ่ม ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม... มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นความหวังค่ะ 

ผู้เขียนยังยืนหยัดว่าต้องสร้างช่องทางหารายได้ให้มากกว่าหนึ่งช่องทาง  ด้วยเหตุผลว่ารายได้ยังไม่พอกับรายจ่ายประการหนึ่ง  และอีกอย่างคือต้องกระจายความเสี่ยงค่ะ ทำอย่างเดียวไม่ได้เด็ดขาด เพราะกว่าจะสร้างช่องทางที่สองหรือสาม สี่  มันต้องใช้เวลาอีก ถ้าไม่สร้างรอไว้ก่อนบ้างเพื่อศึกษาตลาด ทำความเข้าใจตลาด...คราวนี้ไม่ทันกินแน่

ออกนอกเรื่องไปเสียไกล...จุดท้อมันคือตรงไหน อย่างไร

ช่วงนี้ผู้เขียนท้อๆกับการเขียนนิยาย  ลุ้นยอดวิวรายตอนจนจิตตก  พาลอยากจะหยุดเขียนไปก่อนสักพักใหญ่จะดีกว่ามั้ย   ทั้งที่ก็ควรจะทำใจให้ได้ กับการเป็นนิยายแนวชีวิต  ที่คนไม่ค่อยอ่านกัน  

นี่เป็นบททดสอบกำลังใจเลยทีเดียว  ว่าเราควรต้องเอาชนะความท้อเล็กๆน้อยๆ ระหว่างเส้นทางนี้ให้ได้ ซึ่งนิยายเรื่องที่สองนี้ปัญหาต่างจากเรื่องแรก

เรื่อง ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว ความที่เป็นของเดิมเอามาปรับใหม่ และไม่มีโครงเรื่องชัดเจนในตอนแรกๆ ทำให้มีปัญหาเรื่องต้องใช้ความคิดอย่างหนัก(มากๆๆ) สุดท้ายก็โชคดีที่ทุกอย่างลงเอยอย่างลงตัว

เรื่อง เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ ไม่มีปัญหาข้างต้น...ทุกอย่างถูกวางเอาไว้หมด  แต่ก็ยังต้องใช้พลังงานความคิดเยอะอยู่ดีใน detail รายตอน

แต่รวมๆแล้วคงเป็นด้วยแนวเรื่องไม่ได้ตื่นเต้น หวือหวา  อาจจะทำให้คนอ่านส่วนใหญ่ไม่ชอบก็เป็นได้ค่ะ

แม้จะอยากลองเขียนแนวแต่งงานโดยไม่ได้รักกันมาก่อนในสไตล์ที่แตกต่าง ก็อาจยังขาดความน่าสนใจ

... 

สรุปว่าหากเขียนจบได้อีกสักเรื่องหนึ่ง ก็ถือว่าเอาชนะตัวเองได้ล่ะค่ะ

ซึ่งก็ต้องพยายามกันต่อไปอีกแหละ...เฮ้อ

....



เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite : https://www.readawrite.com/.../3fee2a0c76adb67b63a9cdaac0... 
อ่านบนมือถือ ใน Dek-D : https://writer.dek-d.com/Pakk.../story/view.php%3Fid=2575342 


ตุลาคม 03, 2567

ชื่อตัวละครนั้นสำคัญ...และชวนปวดหัว


 

ชื่อตัวละครสำหรับผู้เขียนสำคัญมากๆทีเดียวค่ะ...

ถ้าชื่อถูกใจละก้อ...จะทำให้มีแรงฮึดเขียนต่ออีกเยอะเลย

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น...ก็ไม่รู้สิคะ 5555 เดี๋ยวจะหาว่าพูดจากวนโมโห  คือว่าเป็นจริตส่วนตัวค่ะ  สังเกตตัวเองจากที่ผ่านมา(ย้อนหลังไปไกลโพ้น จวบจนปัจจุบัน)  ก็พบว่าตัวเองให้ความสำคัญมากในการคิดชื่อ  บางทีคิดชื่อเอง เอาแบบตัวเองถูกใจ กับเดี๋ยวนี้ต้องเปิดตำราตั้งชื่อเลยก็มีค่ะ

ถ้าไปเห็นนิยายของนักเขียนท่านอื่นที่บังเอิญชื่อตัวละครไม่ถูกใจ ก็พาลไม่อ่านต่อไปเลยซะงั้นค่ะ  เช่น  บางชื่อที่เป็นตัวเอก แต่ตั้งมาธรรมดา เรียบๆ มาก ทั้งที่เป็นเนื้อเรื่องยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ยุคพีเรียดไทย ที่เข้าใจได้ว่าคนสมัยก่อนชื่อมักจะเป็นคำไทย  คำมูล คำเดี่ยวๆพยางค์เดียวหรือสองพยางค์เท่านั้น

อันนั้นเข้าใจว่าตัวละครเป็นชาวบ้าน คนทั่วไป

แต่ถ้าเป็นลูกเจ้าขุนมูลนาย  เดาว่าต้องให้พระสงฆ์ตั้งให้ ดังนั้นชื่ออาจจะมีรากศัพท์มาจากภาษาบาลี-สันสกฤตนิดนึงป่าวคะ  คือชื่อจะวิจิตรพิสดารกว่าคนธรรมดา

เล่าให้ฟังเล็กน้อย ว่าก่อนจะมาเป็น "ปลายฟ้าไม่เคยไร้ดาว" เวอร์ชั่น 2567 หรือ 2024 มีการเปลี่ยนชื่อพระเอก-นางเอกมาแล้วหลายรอบ  ดีนะยุคนี้ใช้ Microsoft Words พิมพ์ได้  การสั่ง Find and Replace เป็นเรื่องง่าย จึงไม่ยากต่อการแก้ไขค่ะ

ชื่อพระเอก โรมรัน ออกแนวทหารๆหน่อย เพราะพระเอกเป็นทหาร เหมาะสมดีค่ะ

ชื่อนางเอก กชชรีย์ อันนี้ไม่มีความหมาย หรือ หาความหมายไม่เจอ เพราะผู้เขียนชอบเสียงพยางค์ท้ายสุดของชื่อที่เป็นเสียงสระอี  คิดว่าเหมาะกับผู้หญิง

ส่วนเรื่องปัจจุบันที่กำลังเขียนอยู่ "เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ"  อยากให้ชื่อพระเอกนางเอกเค้าคล้องจองกันซะหน่อย  แหม...ก็เขาเป็นคู่กันนี่เนอะ  จึงมาเป็น ณทัต และ ภัสรวินทร์

ปัญหาเริ่มเกิดตอนชื่อนางเอกนี่ล่ะค่ะ  ตอนแรกตั้งเป็น ภัทร+รวินทร์ = ภัทร์รวินทร์  โอ้โห...เขียนมาได้ 5-6 ตอน คนเขียนเวียนหัวกับ "ทร์" ที่มีอยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลังชื่อ รู้สึกมันรุงรังไปแล้วววว

เลยต้องเปลี่ยนค่ะ  เป็น "ภัสรวินทร์" อ่านว่า พัด-ระ-วิน  ถ้าอ่าน พัด-สะ-ระ-วิน ก็อ่านได้ค่ะ แต่มันสี่พยางค์ ดูยาวเยอะเกินไปอีก 55555😂

เขียนไปเขียนมา หันไปดูที่ตัวเองพิมพ์...ไหงเขียนเป็น ภัสวรินทร์  คือ ว กับ ร สลับที่กัน...กลายเป็น พัด-วะ-ริน

โอ๊ย...หัวจะปวดมั้ยล่ะ 55555 (หัวเราะอีก)


ทีนี้ไม่ใช่แค่ชื่อนางเอกที่ทำให้ยุ่ง ต่อมาเป็นชื่อคุณปู่ กับคุณพ่อพระเอก

เค้าพ่อลูกกัน  แถมคุณปู่เป็นต้นตระกูล เป็น Founder บริษัท คุณปู่ชื่อ เวคิน อัษฎางค์เวคิน

พอมารุ่นลูกคุณปู่ ซึ่งคือพ่อพระเอก ชื่อ วาคิน...

สรุปคือคนเขียนกลัวว่าคนอ่านจะงง  ซึ่งคนอ่านอาจจะไม่งงก็ได้ค่ะ5555 แต่คนเขียน...งงเอง

ฮ่าาาา  แต่คราวนี้ขอปล่อยเลยตามเลยนะคะ   ทั้งหมดนี่เอาเบื้องหลังของตัวเองมาเขียนให้อ่านสนุกๆค่ะ

ทว่า...ที่เล่าไปก็เรื่องจริงนะคะ 😍



ขอบคุณที่ติดตามค่ะ



เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ

อ่านบนมือถือ ใน ReadAWrite : https://www.readawrite.com/.../3fee2a0c76adb67b63a9cdaac0... 
อ่านบนมือถือ ใน Dek-D : https://writer.dek-d.com/Pakk.../story/view.php%3Fid=2575342 





กันยายน 25, 2567

ชีวิตนี้จะเขียนได้กี่เรื่อง

 



เอาส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องใหม่ล่าสุดมาให้อ่านกันค่ะ... พยายามจะเขียนให้กระชับกว่าเรื่องก่อนหน้านี้  พอทำไปก็รู้สึกว่าไม่ง่ายเลย 

“ก็ใครมันจะอยากนอนโรงพยาบาล... แล้วว่าไง หน้าตาแกดูไม่ค่อยจะสดชื่นเลย”
ปู่คินทักขึ้นมากลางคัน หลังจากพินิจหลานชายคนเดียวตั้งแต่เขาเหยียบย่างเข้ามาในห้อง
“อ่า ครับ...ผมอยากคุยกับปู่”

ชายชราหยุดมอง เดินช้าๆไปทรุดนั่งลงบนเก้าอี้โยกตัวโปรด ปล่อยให้ณทัตยืนสงบนิ่งเหมือนกำลังพยายามตั้งสติอยู่ตรงที่เดิม 
“ผมคิดว่าจะแต่งงานซักทีครับ”

ไม่ผิดคาด ปู่คินเพียงแค่หันมามอง ไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจแต่อย่างใด ไม่ถามถึงรายละเอียดใดเลยด้วยซ้ำ ท่าทีเช่นนั้นบอกได้ยากว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทำเอาณทัตต้องเป็นฝ่ายร้อนตัวรีบชี้แจง
“ปู่ครับ...คือ...ผมจะพา  เอ่อ...แฟนผมมาพบปู่ในไม่ช้านี้”

“ไม่ต้องมาหรอก แกจะแต่งก็เป็นเรื่องดี อายุก็สมควรจะสร้างครอบครัว”
“ปู่ไม่ถามเหรอครับ ว่าผมจะแต่งกับใคร...”

“คงใครซักคนที่พ่อแกรับได้...ใครก็ได้ ที่ไม่ใช่ลูกนายเชิดยศ ใช่ไหม?” เวคินยิ้มมุมปาก ก่อนจะหัวเราะเบาๆอย่างสบายใจ ทำเอาณทัตต้องขมวดคิ้วในท่าทีที่เหมือนปู่จะรู้มาก่อน

 

(บางส่วนจากตอนที่ 9 เงิน เงิน เงิน)


อย่างแรก คือ ไม่ชิน 5555 คือจะบรรยายอะไรยืดยาวไม่ค่อยได้ กลัวว่าจะเสียจังหวะการดำเนินเรื่อง กลัวว่าจะรวบรัดไปป่าว กลัวว่าเดี๋ยวช่วงกลางถึงท้ายเรื่องจะปล่อยยาวจนเสียสมดุล คือตอนต้นเหมือนเร่ง ตอนท้ายกลับเป็นอีกอย่างซะงั้น

อาการข้างบนเรียกว่าคุมบาลานซ์ไม่ได้  ถ้าหลุดไปแล้วกลับมาแก้ก็แก้ยาก  มีแต่ต้องรื้อโครงสร้างใหม่  ซึ่งน่ากลัวค่ะ 

อย่างที่สอง...เป็นผลที่ตามมาจากข้อแรก  พอเดินเรื่องเร็วไป  บรรยายน้อย ก็กลัวว่าผู้อ่านจะไม่ได้ดูดซับถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครอย่างเต็มที่ค่ะ

เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงแค่ความรักหนุ่มสาว  ยังมีเรื่องราวระหว่างพ่อ-ลูก  ตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงรุ่นพ่อ 

นี่ก็เป็นความยากของการเขียนเรื่องนี้...พอเขียนๆไป ผู้เขียนก็เห็นว่าต้องเพิ่มตัวละคร เพื่อให้เนื้อเรื่องมันแน่นและสมเหตุผล  ทีนี้การเพิ่มตัวละครก็เป็นเรื่องที่ทำให้งานซับซ้อนเข้าไปอีกค่ะ

ตอนถัดๆไปพอพระเอกนางเอกแต่งงานกันเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องย้ายตัวเองไปอยู่บ้านพระเอกล่ะค่ะ

งานนี้บันเทิง...ในบ้านมีทั้งปู่คิน และ พ่อ กับอีกบรรดาบ่าวไพร่ใหญ่น้อย คือจะเติมต่อเรื่องราวยังไงดี ให้มันเดินเรื่องไปสู่จุดหมาย โดยที่ไม่หลุดธีม หรือหลุดแก่นเรื่อง

ตัวละครเยอะก็ต้องให้แต่ละตัวมีบทบาท โอ๊ย...ปวดหัวละงานนี้

ทว่า...ก็ต้องสู้กันอีกสักตั้งค่ะ

ช่วงนี้ผู้เขียนรู้สึกว่าตัวเองสมาธิไม่ค่อยดี มึนๆ ยังไงชอบกล ไม่รู้ว่าเป็นอาการตามวัยหรือว่า...เรากำลังป่วยกันแน่... คือ เราอายุมากขึ้นก็ต้องยอมรับในสังขารที่ต้องเสื่อมถอย  แต่ที่แน่ๆคือไม่ได้ไปออกกำลังกายเหมือนที่เคยทำ  หลายเดือนแล้วค่ะ...ทั้งที่เคยชนะตัวเอง  ออกกำลังกายสม่ำเสมอตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

อาการมึนๆ บางทีอาจมาจากสายตาเปลี่ยนหรือเปล่าก็ไม่รู้สิคะ  ก็คิดว่าจะลองปรับพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพ  เช่น นอนดึก และงดทำงานซะบ้างเถอะ  

กว่ามีชีวิตมาจนถึงวันที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ...ก็อายุป่านนี้
ฝากไว้ให้กับทุกคน ว่าจงทำทุกวันให้ดีที่สุดนะคะ  เวลามีน้อย เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ 

ผู้เขียนเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เขียนนิยายอีกสักกี่เรื่องค่ะ...เฮ้อ




ขอบคุณที่ติดตามนะคะ




กันยายน 18, 2567

อันนา คาเรนินา : นิยายเทศที่บาดใจ

 



ปกติผู้เขียนไม่ค่อยจะอ่านพวกวรรณกรรมแปล หรือนิยายที่แปลมาจากภาษาอื่น ที่ไม่ใช่ภาษาไทยสักเท่าไหร่ค่ะ  ทำไมน่ะเหรอ...เพราะว่าเป็นคนจำชื่อตัวละครภาษาแปลกๆไม่ค่อยได้ค่ะ

ทีนี้พอจำไม่ค่อยได้  มันก็เลยไม่ค่อยจะอินกับตัวละคร  อ่านๆไป อ้าว พระเอกชื่ออะไรเนี่ย...จำไม่ได้ 5555

แต่ถ้าเป็นภาพยนตร์ละก้อ...พอได้อยู่ ไม่มีปัญหา  อาจจะจำชื่อ-นามสกุลได้ไม่ครบถ้วน หรือเป๊ะ แต่ก็ถือว่าจำได้ค่ะ

วรรณกรรมต่างประเทศเนี่ย ในช่วงชีวิตหนึ่งของผู้เขียนก็อ่านแล้วหลายเล่มค่ะ  เช่น Animal Farm , Hotel สองเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย  ยังมี สิทธารถะ กับเล่มอื่นๆที่อ่านแล้วค่อนข้างจะหนักหน่วง คือ เนื้อหาหนักสมองสักหน่อย

ช่วงนั้นอาจจะเป็นช่วงแสวงหาหนทางชีวิตก็เป็นได้  เป็นคำที่ใครๆชอบพูดกันค่ะ

พอเข้าวัยเริ่มต้นทำงานแล้ว ก็มีคนแนะนำพวกวรรณกรรม พวกนิยาย ที่เกี่ยวกับความรักหนุ่มสาวมาให้  "อันนา คาเรนินา" ก็เป็นเล่มนึงที่ไม่ได้อ่าน  5555 อ้าว  แล้วมาเล่าทำไม

"อันนา คาเรนินา" ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่ค่ะ  ดาราสาวหรือตัวเอกของเรื่องสวยทุกคน555

เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นแนวดราม่าชีวิตสุดฤทธื์  ดูไปก็น้ำตาซึม  สมัยก่อนชอบแนวๆนี้ค่ะ  คือมันขุดลึกถึงจิตวิญญาณความเป็นคนเหลือหลาย  ไม่ว่าชาติใด ภาษาใด  ความรักก็ไม่ได้ทำให้คนเราสุขกันจริงๆหรอกค่ะ

อย่างในเรื่อง "อันนา คาเรนินา" แต่งงานแล้ว และมีบุตรชายหนึ่งคน กับผู้ชายที่อายุมากกว่า มีหน้าที่การงานที่มีเกียรติ  มีฐานะร่ำรวย  ทว่า...มันก็ไม่ได้เติมเต็มช่องว่างๆในหัวใจของเธอได้

ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงเราต้องการอะไรกันแน่เนอะ อันนี้ผู้เขียนพูดเองนะคะ  ไม่มีในเรื่อง5555

บางทีผู้หญิงก็ต้องการความเข้าใจ ต้องการ ฯลฯ

สงสัยจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการจากสามี  ก็เลยพลัดหลงทางใจไปหาชายอื่นซะงั้นค่ะ

ไปๆมาๆ นางก็จงรักภักดีต่อชายอื่นอยู่คนเดียว...ชายคนนั้นไม่ได้รักเธอมากสักเท่าไหร่  บางทีความรักกับความเสน่หามันก็ห่างกันแค่เส้นบางๆ  กว่าจะรู้สัจธรรมว่าความรักมันไม่ได้เติมเต็มชีวิต  เธอก็เข้าขั้นใจสลาย

สุดท้ายก็จบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดให้รถไฟทับ....เศร้าไหมล่ะคะ  โหดดดดดค่ะ

ความดิ่งสุดติ่งของเรื่องคืออารมณ์รัก อารมณ์เศร้า อารมณ์สารพัดที่เราสัมผัสจากตัวละครแต่ล่ะตัวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ต้องแอบซ่อน  ความลับที่ถูกเปิดเผย  การสารภาพ...

เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ผิดขนบ  ก็นางเอกมีชู้กับชายอื่น 

ฉากของเรื่องอยู่ในประเทศรัสเซียนะคะ  คนแต่งนิยายก็เป็นชาวรัสเซียค่ะ  ลีโอ ตอลสตอย นั่นเอง


ใครสนใจอยากอ่าน  หา link มาให้ตามนี้นะคะ (Affiliate Link)  อันนา คาเรนินา  เผื่อว่าจะอยากอ่านเอง  หนังสือหนามากๆๆๆ 


ผู้เขียนว่าจะซื้อมาเก็บไว้สะสมสักเล่มค่ะ  นานๆจะมีการพิมพ์ออกมาสักที 

เรื่องนี้มีชื่อเสียงมาก ติดอับดับยอดนิยมของนิตยสารไทม์ซะด้วยแน่ะ  จัดพิมพ์ครั้งแรก ปี พ.ศ. 2420 โอ๊ย...ยังไม่เกิดเลย


วันนี้อยากจะเล่าเรื่องหนังสือที่น่าอ่าน น่าสนใจบ้างค่ะ  ที่จริงได้อ่านวรรณกรรมต่างประเทศแล้วก็เปิดโลกดีนะคะ  แต่ว่า...ต้องอดทนมากกว่าจะอ่านจบ คือ มันเหนื่อย 5555

วันหลังจะมาเล่าใหม่นะคะ



#inspired by movie