กุมภาพันธ์ 24, 2569

ปัดฝุ่นทักษะ drawing


 

จำได้ว่าเคยเรียน drawing กับอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านวาดภาพเหมือน อาจารย์ท่านนี้เขียนหนังสือสอนการวาดภาพอยู่หลายเล่มเหมือนกัน ปัจจุบันทราบมาว่าท่านไปเป็นช่างสิบหมู่ หรือช่างเขียนสังกัดกรมศิลปากร แอบเข้าไปส่องดูงานของอาจารย์แล้วฝีมือยังเทพเหมือนเดิม

ภาพวาดแบบ drawing เพื่อศึกษาแสงเงาในช่วงนั้นก็มีอยู่หลายภาพ ที่ผู้เขียนกำลังร้อนวิชาก็เลยวาดได้หลายรูปอยู่ รวมทั้งวาดภาพคุณพ่อเอาไว้  น่าภูมิใจที่ปัจจุบันรูปนั้นใส่กรอบแขวนไว้ในห้องนอนของคุณพ่อ เวลาขึ้นไปดูรูปนี้ทีไรก็นึกภูมิใจ ว่าฝีมือเราพอไหวนะเนี่ย5555

เรื่องโครงสร้างใบหน้าคนที่อาจารย์เคยสอนเอาไว้ตอนนี้ลืมหมดแล้วนะคะ ฮ่าาาา ที่วาดข้างบนนี้ออกแนวมั่วค่ะ แต่วาดไปวาดมา พอเอาไปกลับด้านดูใน photoshop ก็ต้องร้องว๊าวเลย เพราะหน้าไม่เบี้ยวเลยจ้าาา อะไรกันนี่ ไม่ได้วาดมาตั้งหลายปี (อาจจะถึง 10 ปีขึ้นไป) ฝีมือยังพอจะปัดฝุ่นได้อยู่นะ

ว่าแล้วก็ภูมิใจ ขอเอามาแปะโชว์ไว้ในนี้ ให้เป็น milestone ค่ะ

ตั้งแต่เกษียณมาก็ตั้งตาเอาแต่คิดเรื่องหาเงินค่ะ ไม่คิดเรื่องหาเงินแล้วจะให้คิดเรื่องอื่นหรือคะ คราวนี้ก็เลยคร่ำเครียดอยู่กับการทำมาหากิน ซึ่งที่จริงมันก็ใช้ทักษะทางศิลปะอันกระท่อนกระแท่นไปก่อน  ทว่าก็ได้เงินจากการทำพวกงานกราฟฟิกดีไซน์มาบ้างนะคะ  มันก็เครือๆหรือจักรวาลเดียวกันกับการวาดภาพแหละค่ะ

แต่เรื่องเขียนนิยายนี่ หลุดออกนอกไปอีกโลกเลย

แต่สุดท้ายก็ต้องมาจัดหน้าเอง ทำภาพประกอบเอง ทำปกเอง โอ๊ยทำอะไรเยอะแยะไปหมด ทำเองทั้งนั้นก็เลยไม่ต้องไปเสียเงินจ้างคนอื่นไงคะ  เป็นการประหยัดต้นทุนสูงสุดค่ะ

ที่จริงก็อยากจะวาดภาพปกนิยายของตัวเอง แต่ฝีมือยังต้องพัฒนาต่อค่ะ แต่จะไปจ้างนักวาดก็ไม่มีงบประมาณ เราไม่ได้มียอดขายขนาดจะไปทำอย่างนั้นได้ ขืนไปจ้างวาดมีหวังผิดหลักการทำการค้า เพราะตัวเลขติดลบแน่นอน

เดี๋ยวนี้บาง platform ให้ declare ว่าใช้ภาพประกอบจาก Ai Generative ไหม ทราบว่านักอ่านบางกลุ่มถึงขนาดต่อต้านภาพจาก Ai ประมาณว่านักเขียนคนไหนใช้ภาพเอไอจะโดนปิดกั้นการมองเห็นไหม อันนี้ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจค่ะ คือในบาง platform ที่ผู้เขียนเอางานไปลง ลงแบบสม่ำเสมอมาเป็นปีๆ แต่ยอดอ่านแทบไม่มี คือบางที 1 วิว หรือศูนย์เลยออกจะบ่อยมากค่ะ  ทำเอาท้อใจมาก แต่ไม่รู้จะทำไงค่ะ แต่ในบาง platform ก็มีนักอ่านแวะเวียนเข้ามาทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง อันนี้ค่อยยังชั่วหน่อย

คือสุดท้ายที่ไม่ค่อยมียอดวิว เป็นเพราะแนวนิยายไม่ตรงจริตใน platform นั้น หรือว่าเป็นเพราะภาพที่ใช้ไม่ได้จ้างนักวาดกันแน่

เอาเป็นว่าเราสวนกระแสไม่ได้ แต่เราก็ไม่มีทุนจะไปจ้างวาดหรอกค่ะ

บางทีเห็นงาดวาดที่ขายราคาย่อมเยาหน่อย แต่ความที่ตัวเองเป็นกราฟฟิกดีไซน์ ก็พอจะมองออกว่านักวาดบางคนยังเป็น beginner แต่อาจจะใจรักการวาด คือวาดจมูกเบี้ยวจากแนว เส้นแนวสายตาผิดที่ผิดทางไปหน่อย เงาก็ดูแปลกๆอะไรยังงี้  เลยขออนุญาติบอกผ่านไปก่อนดีกว่านะคะ

สุดท้ายเราก็หนีไม่พ้นรอยเท้าเดิมของตัวเองค่ะ จุดเริ่มต้นทั้งหมดในความเป็นตัวเองคือการวาดรูป ยังไงก็ต้องกลับไปที่นั่น

ชีวิตจะดีจะร้ายก็ยังจะกลับไปค่ะ ยิ่งช่วงที่ผ่านมารู้สึกว่าโดนอะไรโหดๆฟาดเข้ามาเยอะ แต่พอได้ sketch ภาพเพียงแค่ 15-20 นาที  ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกโล่ง สงบ และเป็นสุขขึ้นมาบ้างทันทีเลยค่ะ

อย่างน้อยศิลปะก็ช่วยรักษาจิตใจของผู้เขียนได้

หวังว่าชีวิตข้างหน้าจะไม่โหดร้ายก็คงไม่ได้  ทุกอย่างยังต้องดำเนินต่อไป

แวะหยุดพัก หากำลังใจให้ตัวเอง 

และเป็นกำลังใจให้ทุกคนด้วยนะคะ


ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ


 

กุมภาพันธ์ 18, 2569

เขียนนิยายตอนจบ (2)

 


ว่าด้วย post เขียนนิยายตอนจบ (2) เกิดจะมีภาคต่อขึ้นมาอย่างงงๆค่ะ ไม่ใช่ภาคต่อของนิยายนะคะ เพราะนิยายยังคืบคลานไปสู่ตอนจบอย่างละมุนละม่อมสุดๆ

กระนั้นแล้วรู้ไหมว่าระหว่างการเดินทางไปสู่ตอนจบที่แสนชื่นมื่นของพระเอกนางเอกนั้น ชีวิตของผู้เขียนมีแต่คราบน้ำตา โฮๆๆๆ 5555 อันนี้เป็นตลกร้ายในชีวิตที่ได้พบเจอกับช่วงดิ่งอีกแล้ว (แค่นี้ยังดำดิ่งไม่พอใช่ไหม)

ทำไงดีที่ชีวิตคนเขียนกำลังเศร้า แต่ดันต้องรีดเอาความหวานและความฉ่ำให้สุดจากหัวใจออกมาให้คนอ่านได้อ่าน

ช่างเป็นงานที่ตรงกันข้ามเสียจริงๆค่ะ 

ความเศร้าก็ต้องเก็บเอาไว้  งานต้องมาก่อน5555 ชีวิตคนเราสวมหมวกหลายใบพร้อมๆกัน คนหนึ่งคนเป็นทั้งเจ้านาย  เป็นลูกน้อง เป็นครอบครัว และเป็นอีกหลายอย่าง เหมือนผู้เขียนที่กำลังเป็นนักเขียน พร้อมกับเป็นเจ้าของแมว5555

เรื่องแมวป่วยติดเชื้อบาดทะยัก (Feline Tetanus) ยังไม่จบสิ้นความวุ่นวาย ผ่านมาแล้ว 20 กว่าวัน น้องแมวอาการดีขึ้น ขาเริ่มจะงอได้ ผู้เขียนพาไปพบแพทย์ระบบประสาทโดยตรง  พอหมอจับขาน้องให้งอ แล้วขาก็งอได้จริง  เท่านั้นแหละค่ะ  ผู้เขียนน้ำตาซึม คิดในใจว่า แมวฉันไม่ต้องเป็นอัมพาตแล้ว ดีใจจัง

คือถ้าน้องเป็นอัมพาตนี่เรื่องจะยาวและแย่กว่านี้มากค่ะ เอาแค่ว่าเป็นทุพพลภาพชั่วคราว ไม่ใช่การทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรก็ถือว่าเป็นโชคของเจ้าของและแมว เหมือนเคยทำบุญ (หรือกรรม) มาร่วมกัน ดันมาเป็นโรคที่พบได้ยากกกกกมาก  

ผู้เขียนบ่นให้เพื่อนฟัง เพื่อนยังบอกว่าแบบนี้เรียกว่า โชคร้าย  แบบว่ากำหนดมาที่ผู้เขียนโดยเฉพาะ เหมือนเป็นผู้ที่สวรรค์เลือกแล้ว ว่าต้องเจอเหตุการณ์นี้5555

เหมือนดีใจที่แมวมีแนวโน้มหายป่วยได้  แต่พอหันมองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ก็เครียดล่ะค่ะ ทั้งเครียดไปด้วยเศร้าไปด้วยปนๆกัน เอาเป็นว่าช่วงชีวิตมีเคราะห์ก็ต้องอดทน ไหนจะนิยายก็เขียนไม่จบซะที  5555ใกล้เต็มทีแล้วค่าาาคุณนักอ่านทั้งหลาย ปูเสื่อรอเลยยยย

ตอนที่ 77 ผู้เขียนได้ upload ไปเรียบร้อยแล้ว ตอนที่ 78 กำลังบ่มเพาะอยู่ค่าาา

ใครอยากเสพความหวานฉ่ำก็ไปตามลิงค์ด้านล่างเลยนะคะ ปล่อยให้อ่านกันแบบชิลล์ไปจนจบ เมื่ออีบุ๊คทำเสร็จก็คิดว่าคงจะปิดอ่านฟรีตามธรรมเนียมค่ะ (ก็เดี๊ยวไม่มีใครอุดหนุนอีบุ๊คเล่มสมบูรณ์ อิอิ)


เธอคือพันธนาการรัก ขอสลักไว้แนบใจ


ทั้งนี้ทั้งนั้นกว่าจะเขียนจนจบได้ชีวิตก็ต้องเผชิญกับอะไรมากมายระหว่างทาง เมื่อเริ่มมองเห็นฝั่งแล้ว (ว่าเขียนจบไปได้อีกเรื่องแล้วโว้ยยย) ก็รู้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปช่างมีค่าค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ