Post นี้ออกจะแหวกจาก post ที่ชอบเขียน เพราะอยากจะเล่าเกี่ยวกับการเดินทางไปทำบุญที่วัดหลวงพ่อโสธรค่ะ อาจจะเป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่จะเล่าเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง ด้วยว่าไม่ค่อยจะได้ออกไปไหนค่ะ เขียนว่าไปทำบุญในวันว่างนั้นที่จริงก็ไม่ได้ว่างหรอกค่ะ ทว่ามีความตั้งใจว่าจะต้องไปในสักวัน ก็เลยปักหมุดตัวเองว่าวันนี้ล่ะค่ะ
ตั้งแต่เข้าสู่โหมดเกษียณก็แทบไม่ได้เดินทางไปไหนไกลๆเลยค่ะ ต่างจังหวัดก็ไม่ได้ไป ไม่ได้เที่ยวใดๆทั้งสิ้น เห็นหลายคนเค้าไปเที่ยวกัน ประมาณว่าเที่ยวให้เครียด เที่ยวให้หายแค้น ที่ช่วงสมัยทำงานอาจจะไม่มีโอกาสไป ก็นึกอิจฉาเค้าเหมือนกัน ทำไมเราไม่ได้ไปไหน เพราะเราต้องทำงานของเราให้สำเร็จ ไปตอนนี้คงไม่มีความสุขนัก
ผู้เขียนเป็นคนไปไหนลำบาก หมายถึงชอบขับรถหลงทาง ฮ่าาาา เลยทำให้ไม่อยากจะไปไหน เพื่อนส่วนใหญ่เค้าก็ยังทำงานทำการกันอยู่ จะไปรบกวนให้ใครลางานมาเป็นเพื่อนเราไปโน่นนี่คงจะไม่ดี
วันนี้ต้องทำใจกล้ามากที่จะต้องไปวัดหลวงพ่อเพียงลำพัง ศึกษาเส้นทางคร่าวๆจาก youtube ก่อนจะทบทวนเส้นทางใน Google Map ก่อนว่าประมาณไหน พร้อมกับบอกทางบ้านเสียหน่อยว่าไปไหน หากเกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนตามถูก5555
โชคดีที่จากบ้านผู้เขียนไปวัดหลวงพ่อโสธรไม่ได้ยากเย็นอะไรค่ะ อาจจะมีรถติดเล็กน้อยช่วงห้าแยกมีนบุรี จากนั้นไปก็ขับไปตรงๆประมาณสามสิบกิโล ขับรถสบายเลยค่ะ ทำให้รู้ว่ารถเรายังดีอยู่นะเนี่ย ถึงแม้ไม่ค่อยจะได้ขับไปไหนไกล เสียงเครื่องยนตร์ยังเบา และเครื่องปรับอากาศยังทำงานได้ดี ขนาดว่าอายุรถคือ 12 ปี ทีนี้พอออกจากงานแทบไม่ได้ขับไปไหนมากนัก รถเลยจอดไว้ส่วนมากค่ะ และนี่เป็นสมบัติชิ้นเดียวของผู้เขียน5555
ถึงทางแยกเข้าจังหวัดฉะเชิงเทราก็ดูป้ายเอาค่ะ พอเข้าตัวจังหวัดแค่ประมาณห้าร้อยเมตรก็ถึงแยกเลี้ยวขวาทางเข้าวัด ถนนใหญ่โตมาก สองข้างทางมีร้านค้ามากมาย แถมมีห้างบิ๊กซีอีกต่างหาก
ทางเข้าจนถึงวัดน่าจะประมาณเกือบสองกิโล ขับสบายๆค่ะ รถโล่ง เพราะผู้เขียนมาตอนบ่าย กะเวลาเดินทางแล้วน่าจะทันก่อนร้านขายไข่ต้มปิด5555
ไหนๆมาแล้วก็ต้องถวายไข่ต้มค่ะ ออกแนวมาแก้บนนั่นแหละ สำหรับที่วัดนี้ดูจะเป็นวัดยอดนิยมตลอดกาลสำหรับการมาบนบานให้สมหวัง ผู้เขียนเคยมาช่วงเสาร์อาทิตย์(ก่อนโควิทระบาด) ตกใจกับหมู่มหาชนที่มาแก้บนจนแน่นวัด แถมควันธูปควันเทียนก็คละคลุ้งไปหมด หายใจแสบจมูกเลยค่ะ ต้องเบียดเสียดผู้คนแบบไหล่ชนไหล่ กว่าจะเข้าไปจุดธูปจุดเทียน หรือปิดทององค์หลวงพ่อได้
หลังโควิทระบาดมาคงมีการปรับกระบวนการแก้บน มีการจัดระเบียบใหม่ งดการจุดธูปจุดเทียน และแยกโซนการวางของแก้บนออกมาด้านนอก ทำให้ชีวิตสาธุชนอย่างผู้เขียนง่ายขึ้นเยอะคะ่
ผู้เขียนคุยกับคนส่งไข่ต้ม เขาเล่าให้ฟังว่ามีคนต่างชาติและคนไทยสั่งไข่ต้มมาแก้บนกันแบบรายเดือนก็มีค่ะ แสดงว่าคงสมหวังดังตั้งใจตามสิ่งที่ขอพรเอาไว้ ฟังแล้วก็น่าตื่นเต้น
แถมใครมาแก้บนด้วยตัวเองไม่ได้สามารถโทรสั่งแล้วทางร้านจะดีลกับเจ้าหน้าที่ทางวัดจัดการเรื่องนำของแก้บนมาจัดวาง และทำพิธีสวด พร้อมพิธีลาของแก้บนให้ด้วยอีกต่างหาก เสร็จแล้วจะบริจาคไข่ต้มให้กับทางวัดไปส่งต่อก็ทำได้
ผู้เขียนก็ดำเนินการตามพิธีการที่คนส่งไข่แนะนำ ตั้งแต่ปอกไข่ต้มวางไว้ 3 ฟอง เปิดขวดน้ำเปล่าและขวดน้ำปลา กล่าวคาถาตามโพยที่แถมมาพร้อมสรรพ แล้วเข้าไปไหว้ด้านในอุโบสถ ก่อนจะออกมาทำพิธีลาของไหว้ แล้วบริจาคไข่ให้ทางวัด
แวะไปเสี่ยงเซียมซีมาด้วย แต่ก็ได้ใบที่ทำให้ใจห่อเหี่ยวค่ะ เลยต้องฝากใบเซียมซีไว้กับถังขยะในวัด เหมือนมีคนเคยบอกว่าเอากลับมาด้วยเดี๋ยวจะโชคไม่ดี
พอดูนาฬิกาแล้วคิดว่าจะรีบเดินทางกลับดีกว่า กลัวว่ารถจะติดตอนเข้ากรุงเทพค่ะ ไม่ได้แวะดูของตลาดหน้าวัดเลย อยากจะซื้อพวกของแห้งมาฝากทางบ้านเสียหน่อย ก็ทำได้แค่ไปบริจาคซื้อกระเบื้องมุงหลังคาให้กับทางวัดค่ะ
ที่จอดรถทางวัดกว้างขวางมาก และมีหลายจุดด้วยคะ่ ทว่าลานเปิดโล่งริมแม่น้ำที่ผู้เขียนไปจอดก็แดดร้อนเหลือหลายค่ะ ร้อนจนอยากรีบกลับมากกว่าจะอยากไปชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำ เสียดายเหมือนกันค่ะ อุตส่าห์เตรียมกล้องมากะว่าจะหัดทำ vlog แบบ video ไว้ลง youtube ก็เลยไม่ได้ถ่ายเลย
การเดินทางกลับก็ราบรื่นดีค่ะ มีนิดหน่อยที่อยากจะแวะซื้อน้ำปั่นในปั๊มข้างทางก็ดันขับเลยทางเข้าซะอีก 555
ทุกอย่างก็เอวังด้วยประการละฉะนี้ค่ะ